ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ แนะนำหนังสือ

    แนะนำหนังสือ

โดย ประสูตร เดชสุวรรณ
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร 51 ถนนเชื่อมสัมพันธ์ เขตหนองจอก กรุงเทพ 10530
โทร 02-988-3655, 02-988-3666 โทรสาร 02-988-4040 E-mail: [email protected]


หนังสือ : สบตากับความตาย
ผู้แต่ง/บรรณาธิการ : พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี)
สำนักพิมพ์/สถาบัน : อมรินทร์
จำนวนหน้า : 199 หน้า

จากที่ได้เคยแนะนำหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน โดยเป็นการสนทนาระหว่างพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) และดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ซึ่งบทสนทนาดังกล่าวมีสาระทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และธรรมะ ที่อธิบายได้อย่างสอดคล้องลงตัวแล้วนั้น โดยความตั้งใจส่วนตัวของผู้แนะนำในตอนนี้ จึงมีความคิดว่าน่าที่จะแนะนำหนังสือที่มีเนื้อหาทางด้านวิทยาศาสตร์ เรื่องจักรวาลวิทยาสักเล่ม

แต่ในคืนก่อนส่งต้นฉบับแนะนำหนังสือเล่มดังกล่าว ผู้แนะนำนึกขึ้นได้ว่าเป็นคืนวันมาฆบูชา และยังเป็นวันกตัญญูแห่งชาติ (เริ่มต้นใช้เมื่อปี พ.ศ. 2549) ผู้แนะนำจึงนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งเป็นหนังสือธรรมะ และยังเป็นหนังสือที่น่าอัศจรรย์ใจสำหรับผู้แนะนำด้วย เนื่องด้วยขณะที่กำลังคัดเลือกหนังสือเพื่อที่จะนำมาเขียนแนะนำนั้น ได้พบเห็นหนังสือธรรมะเล่มหนึ่งที่ชื่อว่า "สบตากับความตาย" โดยท่านพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ซึ่งน่าสนใจทีเดียวตั้งแต่ชื่อหนังสือแล้ว อีกทั้งผู้เขียนยังเป็นพระนักคิด นักเขียน ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าบรรยายธรรมะ ในเรื่องที่เข้าใจได้ยาก ให้เป็นเรื่องง่าย และผู้อ่านสามารถนำไปปฏิบัติตนได้เอง

ความน่าอัศจรรย์ประการแรกของหนังสือเล่มนี้คือ ได้มีการพิมพ์ซ้ำมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นดัชนีหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า "สบตากับความตาย" เป็นหนังสือที่ได้รับความนิยม และมีคุณค่าในตัวอยู่มากทีเดียว

โดยทั่วไปของคนซื้อและสะสมหนังสือมักจะมองหาหนังสือเล่มที่ถูกจัดพิมพ์ในครั้งต้นๆ ซึ่งผู้แนะนำก็พยายามค้นหาในจำนวนหลายสิบเล่มของหนังสือ "สบตากับความตาย" ที่เรียงในชั้นวางหนังสือของร้านหนังสือชื่อดังแห่งหนึ่ง ก็พบว่ามีอยู่เล่มหนึ่งที่ห่อปกพลาสติกไว้อย่างดีซึ่งต่างจากเล่มอื่นที่ไม่ได้ห่อปกไว้ ผู้แนะนำจึงหยิบเล่มดังกล่าวขึ้นมาเปิดดู พบว่าเป็นเล่มที่ระบุว่าถูกพิมพ์เป็นครั้งที่หนึ่งเมื่อปี 2548 (ขณะนั้นเป็นเดือนธันวาคม ปี2551) ซึ่งนับว่าเป็นโชคดีของผู้แนะนำ ที่น่าแปลกใจไปกว่าก็นั้นคือหนังสือเล่มดังกล่าวเคยมีเจ้าของมาแล้ว เนื่องด้วยมีการเขียนชื่อและวันที่ซื้อไว้ (12 ตุลาคม 48) ที่มุมหนึ่งของหน้าแรกของหนังสือ ผู้แนะนำมีความประหลาดใจเป็นอย่างมาก ทั้งที่ร้านหนังสือก็เป็นร้านขายหนังสือใหม่ และเป็นร้านใหญ่ที่มีสาขาอยู่ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ จึงสอบถามที่มาของหนังสือเล่มดังกล่าวกับพนักงานขาย โดยได้ความว่าอาจจะเกิดจากการที่มีลูกค้านำมาคืน แล้วสาขาอื่นระบายหนังสือมายังสาขานี้ ซึ่งฟังดูแล้วก็น่าขำดี


อย่างไรก็ตาม ก็นับเป็นโชคดีและน่าประหลาดใจสำหรับผู้แนะนำ จึงไม่ลังเลที่จะซื้อหนังสือเล่มนี้ เพราะคิดว่าหนังสือเล่มนี้คงจะรอให้เราอ่าน และได้แนะนำให้กับผู้อ่านอื่นๆ ด้วย

"สบตากับความตาย" เพียงแค่ชื่อหนังสือก็ทำให้เราฉุกคิดถึงความน่ากลัวของความตายได้ต่างๆ นานา โดยความตายนั้นเป็นคำที่น่ากลัว และคิดว่าเป็นอัปมงคลสำหรับคนโดยทั่วๆ ไป และไม่เข้าใจถึงความตายอย่างถ่องแท้ เนื่องด้วยทุกคนมักจะไม่อยากพบกับความตาย เนื่องด้วยจิตใจที่ยังมีกิเลส และมีห่วงอยู่มากมาย ซึ่งยังไม่ถึงพร้อมที่จะพบกับความตาย


สบตากับความตาย เป็นหนังสือที่ได้ถอดความมาจากการบรรยายธรรมของผู้เขียน โดยได้มีการปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบรูณ์ยิ่งขึ้น โดยประกอบไปด้วย 3เรื่อง คือ "รู้ทันธรรมดา" "สบตากับความตาย" และ "ผิว์ความตายมาพราก"

สองเรื่องแรกจะเป็นการกล่าวถึง การเจริญมรณัสสติ หรือการระลึกถึงความตาย โดยจะกล่าวถึงตั้งแต่ ลักษณาการของความตาย และ เหตุแห่งความตายที่ทุกคนต้องพบซึ่งได้แก่ การแก่ การเจ็บ การตาย โดยอธิบายได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีการเล่าเรื่องราวประกอบเพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ท้ายที่สุดเราจะพบว่า เป้าหมายของการเจริญมรณัสสติ ก่อให้เกิดการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ปล่อยวางความยึดติดในชีวิต เป็นผู้ละอายแก่ความชั่วและบาป ไม่เป็นผู้มักมากในการเก็บสะสมวัตถุ ปราศจากความตระหนี่อันเป็นมลทินแห่งจิตใจ รู้เท่าทันว่าชีวิตเป็นของไม่เที่ยง และไม่กลัวตาย ไม่หลงตาย(ตายอย่างสงบ)


ในเรื่องสุดท้าย "ผิว์ความตายมาพราก" โดย ผิว์ ในที่นี้หมายถึง "ถ้าหากว่า" กล่าวโดยมีความหมายว่า "ถ้าความตายมาพราก" หรือ "การตายอย่างปัจจุบันทันด่วน" เช่น กรณีที่มีคนใกล้ตัวเราไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องหรือพ่อแม่ตายอย่างปุ๊ปปั๊บ ในชั่วโมงนาทีวิกฤติเช่นนี้ เราจะมีวิธีการรับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างไร โดยท่าน ว.วชิรเมธี ได้ยกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวท่านเองที่ได้สูญเสียโยมพี่ชายครั้งหนึ่งและสูญเสียอย่างใหญ่หลวงในชีวิตของท่าน ก็คือโยมแม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งท่านเองได้อธิบายว่าท่านได้คิดและได้ตั้งสติอย่างไร ทำอย่างไร เมื่อการพลัดพรากจากคนที่เรารักเพราะความตายมาพราก โดยอาศัยหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาปฏิบัติตน เพื่อมิให้จมปลักอยู่กับความพลัดพราก

สรุปส่งท้ายกับหนังสือ "สบตากับความตาย" โดยท่านพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หากเราได้อ่านแล้วจะพบว่า หนังสือได้สอนให้เรารู้เท่าทันความตาย โดยการเจริญมรณัสสติของตนเอง ทำให้ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท และละอายต่อการทำชั่ว และใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างมีคุณค่า และการรับมือกับความตายที่มาพรากคนที่เรารักได้อย่างไร ไม่ให้ตกอยู่ในความทุกข์แสนสาหัส การระลึกถึงความตายอย่างไรให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง

แก้ไขล่าสุด 12 กุมภาพันธ์ 2552

หมายเหตุ สำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ จัดทำเว็บไซต์ www.space.mict.go.th เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านกิจการอวกาศ
หากท่านใดจะนำข้อมูลของเว็บไซต์ไปใช้ กรุณาอ้างอิงเว็บไซต์ด้วย

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: [email protected]