ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ แนะนำหนังสือ

    แนะนำหนังสือ

โดย ประสูตร เดชสุวรรณ
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร 51 ถนนเชื่อมสัมพันธ์ เขตหนองจอก กรุงเทพ 10530
โทร 02-988-3655, 02-988-3666 โทรสาร 02-988-4040 E-mail: [email protected]


หนังสือ : เข็มทิศชีวิต แผนที่ดูจิต บริหารชีวิต สู่อิสระทางการเงินและจิตใจ
ผู้แต่ง/บรรณาธิการ : ฐิตินาถ ณ พัทลุง

ในคืนหนึ่งเมื่อราวๆ 4ปีก่อน ขณะที่ตัวผู้แนะนำเองนั่งดูรายการโทรทัศน์ รายการ Money Talk ทาง สทท.11 ในขณะนั้น โดยพิธีกรในรายการคือ ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา และมีแขกรับเชิญอีก 3 ท่านโดย 2ท่านเป็นผู้บริหารกองทุนรวม และอีก 1ท่าน ที่ผู้แนะนำจำได้ดีคือ คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง ในรายการก็มีการพูดถึงการลงทุนในกองทุนรวมหุ้น ที่มีภาวะเสี่ยงอย่างไรบ้าง กำไรอย่างไรบ้าง หรือการลงทุนอย่างไรให้เกิดดอก ออกผล และพูดถึงปริมาณเงินในกระเป๋าที่จะเพิ่มขึ้น ในการลงทุนกับกองทุนหุ้น แต่คุณ ฐิตินาถ กลับพูดให้แง่คิดได้อย่างน่าประทับใจมาก โดยเล่าถึงประสบการณ์ตนเองที่เคยประสบปัญหาในทางธุรกิจ อย่างแสนสาหัส และเธอได้ใช้สติในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยใช้หลักธรรมเข้าประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหา คุณฐิตินาถ ได้เปรียบกิเลสของคนเหมือนแก้วน้ำ คนที่ต้องการมีเงินทองมากๆมีชีวิตสุขสบายในบ้านหลังใหญ่ มีรถยุโรปราคาแพง แก้วน้ำก็จะใบใหญ่เปรียบเหมือนกิเลสที่มีขนาดใหญ่ คุณก็จะต้องดิ้นรนขนขวายที่จะหาน้ำเติมให้เต็มแก้ว แต่หารู้ไม่ว่าคุณกำลังหลงไปกับกิเลส ละทิ้งความสุขพื้นฐานในครอบครัว แต่ถ้าหากลองลดขนาดแก้วน้ำลงคุณก็จะเหนื่อยน้อยลงมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีรถแพงๆ เพราะรถจะถูกหรือแพงก็นำพาเราไปสู่จุดหมายได้เหมือนกัน หรือบ้านหลังใหญ่ที่มีคนอาศัยเพียงไม่กี่คน แต่หากเราลดขนาดของบ้านลงให้พอเหมาะกับครอบครัว เราจะพบว่าเราได้เจอหน้าสมาชิกในครอบครัวได้บ่อยขึ้น ต่างจากบ้านหลังใหญ่ที่ทุกคนต่างอยู่ในห้องของตัวเอง ดูโทรทัศน์ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในห้องตัวเอง มีภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลก็มากตามขนาดที่ใหญ่ขึ้น การทำงานหนักเพื่อบ้านหลังใหญ่ รถคันแพงแต่กลับมีเวลาทานข้าวเย็นกับครอบครัวน้อยลง มีเวลาเจอกันน้อยลง ถึงตรงนี้อาจทำให้หลายคนได้คิด ว่าเราควรจะลดขนาดแก้วน้ำของเราลงรึยัง? นั่นเป็นความประทับใจแรกที่ผมได้รู้จักคุณ ฐิตินาถ ณ พัทลุง

เมื่อกล่าวถึงหนังสือ เข็มทิศชีวิต แผนที่ดูจิต บริหารชีวิต สู่อิสระทางการเงินและจิตใจ หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นโดยคุณฐิตินาถ ณ พัทลุง ที่มีการพิมพ์ซ้ำมาแล้วมากกว่า 50 ครั้ง เป็นหนังสือว่าด้วยวิธีการใช้ชีวิตในการคิดบวกรู้ทันจิตใจตัวเองซึ่งมาจากประสบการณ์จริงที่ผ่านมาของ คุณอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง หลังจากที่เธอเคยประสบความสำเร็จในชีวิตเรียนจบปริญญาโททั้งสาขาบริหารธุรกิจและสาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในขณะที่เธอมีอายุเพียง 20 ปี พออายุ 22 ปีเธอสามารถซื้อรถเบนซ์ด้วยตัวของเธอเอง เป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่อายุ 25 มีครอบครัวที่อบอุ่นมีพ่อ แม่ สามี พี่ น้อง มีลูกตัวน้อยๆ ที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายที่อบอุ่นให้เธอเสมอมา แต่โชคชะตาก็ไม่เข้าข้างเธอเสมอ ในเช้าของวันส่งท้ายปีเก่าตอนรับปีใหม่ที่ทุกๆบ้านเปิดเพลงปีใหม่กันอย่างสนุกสนาน เธอได้ทราบข่าวร้ายที่สุดในชีวิตและเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอ ว่าสามีอันเป็นที่รักเป็นพ่อของน้องทะเลประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตและได้ทิ้งหนี้สิ้นเกือบร้อยล้านบาทไว้ให้เธอเป็นผู้รับผิดชอบ มีเพียงสิ่งเดียวที่สามารถประคองให้เธอรักษาใจไว้ได้คือ เด็กผู้ชายตัวน้อยๆ ที่กำลังรอฉลองวันเกิดครบ 1 ขวบในไม่กี่วันข้างหน้า เด็กน้อยตัวเล็กๆคนนั้นพยายามเกาะขาแม่และยืดตัวให้สูงที่สุดเพื่อทำให้แม่เห็นว่ายังมีเขาอยู่อีกคน ทันทีที่แม่ทรุดตัวลงเด็กน้อยใช้สองมือประคองหน้าแม่ นิ้วเล็กๆเช็ดน้ำตาให้แม่อย่างบรรจงที่สุดเหมือนที่แม่เช็ดน้ำตาให้เค้า วินาทีนั้นผู้หญิงคนหนึ่งรู้ทันทีว่า ตัวเองต้องมีชีวิตต่อไปและไม่ใช่แค่มีชีวิตอยู่แต่จะต้องมีชีวิตให้ดีที่สุด เพื่อเด็กชายตัวน้อยผู้นี้ แต่ชีวิตไม่ได้ง่ายเสมอไปทันทีที่ตั้งศพสามี ทั้งๆที่เป็นวันขึ้นปีใหม่ แต่มีเจ้าหนี้มาพร้อมหน้าพร้อมตากันครบทุกธนาคารเพื่อทวงหนี้

ถ้าเรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเกิดขึ้นกับคุณ พ่อ แม่ พี่ น้อง กับคนที่คุณรักแล้วคุณล่ะจะทำอย่างไร คุณคงไม่คิดแค่คำว่า “สงสาร” เพียงเท่านั้นหรอก แค่เพียงคำๆ เดียวที่มีกำลังมหาศาลที่จะสามารถสร้างความทุกข์ในใจเราคือคำว่า “ของเรา” แต่ถ้าเป็นของคนอื่น เค้าจะตาย จะล้มละลาย จะสูญเสีย จะทุกข์ทรมานใจ จะเป็นยังไงก็ตาม อย่าเป็นของเราก็แล้วกัน ถ้าการสูญเสียมันไม่เกิดขึ้นกับเรา เกิดขึ้นในใจของเรา เราไม่รู้หรอกว่าจิตใจของเราจะทุกข์ทรมานมากขนาดไหน อย่างคำพูดที่ว่า “ไม่เจอกับตัวเองไม่รู้หรอก” เราทุกคนต่างก็มีปัญหาไปคนล่ะอย่าง บางครั้งปัญหาอาจจะจบลงไปตั้งนานแล้ว แต่ใจเรานี่แหละที่ยังเก็บเอาคำพูด การกระทำ และเหตุการณ์ที่เราไม่ชอบใจมาเปิดดู เปิดฟังในหัวเราซ้ำแล้วซ้ำอีก เหมือนกับที่คนอื่นเอามีดแทงเราไว้เพียงครั้งเดียว แต่เรานี่แหละที่ยังหยิบมีดด้ามเดิมนั้นมาแทงตัวเราเองไม่ยอมจบ ไม่ยอมสิ้น ไม่ยอมปล่อยวางเสียที ไม่ยอมทิ้งอดีตที่เลวร้ายไปซักที ไม่ยอมหยุดทำลายใจตัวเอง

แล้วตอนนี้ใจของคุณล่ะคุณยังยึดติดกับคนที่คุณรัก ยึดติดกับรูป รส กลิ่น เสียง ยึดติดกับอารมณ์และความรู้สึกเก่าๆอยู่บ้างหรือเปล่า คุณยังหยิบมีดด้ามเดิมมาแทงใจตัวเองอยู่หรือเปล่า แล้วถึงเวลาที่คุณวางมีดลงหรือยัง แค่เราเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง รู้ทันจิต รู้ทันใจตัวเอง รู้ว่าสุขทุกข์อยู่ที่ใจเรา ทำตัวเราให้มีสติมั่นคงเราก็จะเป็นผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่ในทางที่บริสุทธิ์และมีจิตใจสุขสงบ

ในเวลาเพียงแค่สามปีคุณฐิตินาถ ณ พัทลุง เธอก็สามารถเอาชนะวิกฤตชีวิตอันใหญ่หลวง กลายเป็นคนมีสติ รู้ทันจิต รู้ทันใจตัวเอง มีความสุข หลังจากที่เธอได้ถอยกลับไปศึกษาธรรมะ ฝึกปฎิบัติธรรม ฝึกทำสมาธิเจริญภาวนาและเข้าใจถึงสัจจธรรมชีวิต ไม่นำความทุกข์ ความทรมาน ความเจ็บปวดเดิมๆ มาทำลายจิตใจของเธออีกต่อไปและเธอได้วางมีดลง แล้วกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีสติ ใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหา ในการดำรงชีวิต ในการทำธุรกิจ และเธอก็สามารถปลดเปลืองหนี้สินนับร้อยล้านบาท มาเป็นเป็นคนไม่มีหนี้ เกษียณตัวเองจากธุรกิจ มาเป็นคนเดินช้า มาเป็นคุณแม่ของลูกทะเล มาเป็นวิทยากรบรรยายธรรมะ และมาเป็นครูอ้อยของเด็กๆ แต่เธอไม่เคยละทิ้งการปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนา เธอยังได้ช่วยให้คนที่ประสบความทุกข์อย่างเธอกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีความหวังและความสุขอีกครั้ง

สิ่งที่ผู้แนะนำหนังสือชอบคือวิธีการเขียนของหนังสือเล่มนี้คือการสื่อสารของผู้เขียนออกมาเป็นตัวหนังสือเป็นภาษาที่เป็นกันเองใช้ถ้อยคำ คำพูดที่ความกระชับเข้าใจง่าย ตรงใจและโดนใจมาก เวลาอ่านบางครั้งเหมือนรู้สึกว่าโดนใจและตรงใจถูกจุดอยู่ตลอดเวลา เหมือนผู้เขียนกำลังคุยกับเรา โดยตอนที่โดนมากก็คือ ความทุกข์ของคนเราเริ่มต้นที่ความคิดในใจของเรานี่เอง "คำพูด การกระทำ เหตุการณ์ที่เราไม่ชอบใจ อาจจะจบลงไปตั้งนานแล้ว แต่ตัวเรานี่แหละที่หยิบเอาคำพูด การกระทำ เหตุการณ์นั้นๆ มาเปิดดู เปิดฟังในหัวเรา ซ้ำแล้วซ้ำอีก เหมือนกับคนอื่นแทงเราได้แค่ครั้งเดียว แต่ตัวเรานี่แหละ ที่ยังหยิบมีดด้านนั้นมาแทงตัวเองไม่ยอมจบ ไม่ยอมปล่อยว่าง ถ้าเราเฝ้าสังเกตจิตใจตัวเองเราจะรู้ทันทันทีที่ใจหยิบมีดหยิบความคิดมาทิ่มแทงตัวเอง"

เข็มทิศชีวิตเล่มนี้เป็นหนังสือที่จะทำให้ผู้อ่านทุกๆคน ได้รู้ทันจิต รู้ทันใจตัวเองและรู้จักตัวเองมาก รู้ว่าชีวิตมีทั้งสุขและทุกข์ สุขทุกข์อยู่ที่ใจเรา ถ้าใจเราคิดดีชีวิตเราก็จะมีสุข แต่ถ้าใจเราคิดไม่ดีคิดในทางที่เลวร้ายคิดทำร้ายตัวเราเองชีวิตก็ไม่มีความสุข เหมือนกับทัศนคติในการมองโลกซึ่งในหนังสือที่ว่า “แก้วน้ำมีน้ำอยู่ครึ่งแก้ว” ถ้าคนมองโลกในแง่ดีก็จะมองว่ามีน้ำตั้งครึ่งแก้ว ในขณะที่คนมองโลกในแง่ร้ายจะบอกว่าเหลือน้ำแค่ครึ่งแก้วเองเหรอ แต่ทำไมเราไม่มองว่าแก้วที่เรามีมันใหญ่เกินไปสำหรับเรา ถ้าเรามีแก้วเล็กกว่านี้ครึ่งหนึ่ง น้ำในแก้วก็จะล้น มีเกินพอสำหรับเรา และพอที่จะแบ่งให้คนอื่นๆ เมื่อเราเต็ม เราก็ไม่ต้องวิ่งไปตามหาน้ำมาเติมอีก มีเวลาให้ลูก ให้คนที่เรารัก ให้กับการพัฒนาจิตใจตัวเอง ให้กับสิ่งที่มีความหมายต่อชีวิตเราอย่างแท้จริง เราต้องควบคุมจิตใจตัวเอง สร้างเข็มทิศให้ใจตัวเอง อย่ายึดติดกับวัตถุ ยึดติดกับอดีต รูป รส กลิ่น เสียง กิเลส แล้วทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด มีเวลาให้กับคนที่เรารัก คนที่มีความสำคัญต่อชีวิตเรา ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง มิตรสหายและแบ่งเวลาทำประโยชน์ให้แก่สังคมบ้าง กำหนดเป้าหมายชีวิตให้ถูกต้องและดำเนินชีวิตให้ตรงกับเป้าหมายและจบลงตรงที่ว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจเรา ใจเราคิดดีชีวิตมีสุข ใจเราคิดไม่ดีชีวิตมีทุกข์ ทุกข์สุขอยู่ที่ใจ เราสามารถสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้ แต่ก็อย่าลืมว่าไม่มีอะไรในโลกที่มั่นคงอยู่ดี ไม่มีอะไรแน่นอน ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ถ้าเราพยายามเรียนรู้และยอมรับกับสัจจธรรมชีวิตข้อนี้แล้วใจเราจะสุขสงบมั่นคงขึ้นมากแล้วคุณจะรู้ว่าโลกเราน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ

อยากให้นักอ่านทุกๆคนได้อ่านหนังสือเข็มทิศชีวิตเล่มนี้หรือมอบเป็นของขวัญแก่คนที่คุณรัก หนังสือเข็มทิศชีวิตเล่มนี้เหมาะกับทุกๆคนที่ประสบปัญหาในชีวิตหนังสือจะใช้ช่วยเยี่ยวยาใจของคุณให้คุณกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีความหวังและความสุขอีกครั้งและหวังว่าเข็มทิศชีวิตเล่มนี้จะเป็นเพื่อนคุณในวันที่คุณเหงา เป็นเพื่อนคุณในวันที่คุณไม่เหลือใครในชีวิต เป็นเพื่อนคุณในวันที่คุณคิดว่าโชคชะตาโหดร้ายจัง เป็นเข็มทิศในใจคุณ ทำให้คุณได้คลายเหงา คลายความทุกข์ คลายความเศร้าใจ ให้ทุกๆวัน ทุกๆคืนของคุณ เป็นวันที่ดี เป็นคืนที่ดี และเป็นเสมือนเพื่อนทางใจ เป็นธรรมะในใจของคุณ ให้คุณเป็นคนที่มีธรรมะมีจิตใจที่งดงาม

ท้ายนี้หากคุณจะซื้อหนังสือซักเล่ม ขอให้แน่ใจว่าคุณอยากจะอ่านมันจริงๆ ไม่ใช่มาจากคำแนะนำ หรืออ่านเพราะว่าคนอื่นๆอ่านกัน หากเป็นไปอย่างเหตุผลข้างต้นแล้ว คุณอาจจะอ่านเพียงผ่านๆ ขาดการพิจารณา หรืออาจจะอ่านไม่จบเลยด้วยซ้ำ แล้วคุณก็เพียงแค่ได้หนังสือเล่มหนึ่งมาเก็บสะสม และไม่ได้รับประโยชน์จะหนังสือเล่มนั้นเลย คุณค่าของหนังสือไม่เคยลดลงเพียงขึ้นอยู่กับว่าหนังสือเล่มนั้นอยู่ในมือใคร

แก้ไขล่าสุด 22 เมษายน 2552

หมายเหตุ สำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ จัดทำเว็บไซต์ www.space.mict.go.th เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านกิจการอวกาศ
หากท่านใดจะนำข้อมูลของเว็บไซต์ไปใช้ กรุณาอ้างอิงเว็บไซต์ด้วย

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: [email protected]