ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ศูนย์รวมความรู้

    ศูนย์รวมความรู้

โดย วิศิษฐ์ สุขจิตร
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร 51 ถนนเชื่อมสัมพันธ์ เขตหนองจอก กรุงเทพ 10530
โทร 02-988-3655, 02-988-3666 โทรสาร 02-988-4040 E-mail: [email protected]


อาจจะช้าไปหน่อย เพราะว่าตอนที่ผู้เขียนเขียนเรื่องนี้อยู่นั้นได้เกิดปรากฎการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงนานที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 21 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2552 แต่ประเทศไทยเห็นได้เพียงบางส่วน ไม่ได้เห็นเต็มดวง เพราะเส้นทางเส้นทางสุริยุปราคาเต็มดวงผ่านหลายประเทศในเอเชีย แต่ไม่ผ่านประเทศไทย ดังนั้นผู้เขียนอยากจะพูดถึง "สุริยุปราคา" ก่อนแล้วจึงบอกว่าทำไม สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้เป็นครั้งที่นานที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 21 และครั้งหน้าเราจะดูได้เมื่อไร

สุริยุปราคาหรือเรียกอีกอย่างว่า สุริยะคราส หมายถึง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก แล้วโคจรมาบังดวงอาทิตย์ ทำให้โลกไม่ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ช่วงขณะหนึ่ง โดยเงาของดวงจันทร์ตกมาบนโลก ทำให้บริเวณพื้นผิวโลกที่อยู่ใต้เงามืดของดวงจันทร์ เห็นดวงอาทิตย์มืดมิด เราเรียกว่า "สุริยุปราคาเต็มดวง" และบริเวณพื้นโลกที่อยู่ใต้เงามัวของดวงจันทร์ก็จะเห็นดวงอาทิตย์มืดเป็นดวงกลมโดยมีขอบสว่างล้อมรอบคล้ายวงแหวน เราเรียกว่า "วงแหวนสุริยุปาคา" ส่วนบางบริเวณก็เห็นดวงอาทิตย์มืดบางส่วนและสว่างบางส่วน เราเรียกว่า "สุริยุปราคาบางส่วน"


ภาพจาก http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/phichit/apichat_p/sec03p01.html

สุริยุปราคาจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่ดวงจันทร์มักจะโคจรในระดับที่สูงหรือต่ำกว่าแนวระดับเดียวกัน (แนวเส้นตรงเดียวกัน) กับโลกและดวงอาทิตย์ ดังนั้นสุริยุปราคาจะเกิดขึ้นได้เมื่อดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ (ตรงกับแรม 14 – 15 ค่ำ) ผลกระทบการเกิดสุริยุปราคามีผลกระทบก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ เนื่องจากการที่ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลดแสงลงเนื่องจากดวงจันทร์บังแสงดวงอาทิตย์ ทำให้สัตว์ต่างๆพากันกลับรังเพราะนึกว่าถึงเวลากลางคืนเห็นได้ชัดก็คือ นกชนิดต่างๆ จะบินกลับรัง ส่วนคนก็พากันตื่นเต้นและเตรียมการเฝ้าดู


รูปแบบของการเกิดสุริยุปราคา
ภาพจาก http://www.benchama.ac.th/stdweb/eclipse/know1.html

สุริยุปราคาที่เกิดขึ้นมี่ทั้งหมด 3 แบบ คือสุริยุปราคาเต็มดวง สุริยุปราคาวงแหวน หรือ สุริยุปราคาแบบวงกลม และแบบสุดท้าย สุริยุปราคาบางส่วน การเกิดสุริยุปราคานั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ 2 ประการ คือ ตำแหน่งของดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกแค่ไหน และขนาดเล็กใหญ่ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์บนท้องฟ้า สุริยุปราคาส่วนใหญ่เกิดขึ้นขณะที่ดวงจันทร์จะบังดวงอาทิตย์เพียงเสี้ยวเดียว เรียกว่า สุริยุปราคาบางส่วนหรือ Partial Eclipse เกิดขึ้น ประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ของการเกิดสุริยุปราคาทั้งหมด สุริยุปราคาบางส่วนสามารถเห็นได้ครอบคลุมบริเวณพื้นที่กว้าง คนส่วนใหญ่จึงเคยมีประสบการณ์ในการเห็นสุริยุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์อาจบดบังดวงอาทิตย์เพียง 1 เปอร์เซ็นต์หรืออาจบังถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ก็นับรวมเรียกว่า สุริยุปราคาบางส่วน

แบบที่ 2 คือ สุริยุปราคาแบบวงแหวน นับเป็นสุริยุปราคาที่พบได้มากเป็นอันดับสอง ภาษาอังกฤษเรียกสุริยุปราคานี้ว่า AnnuIar Eclipse คำว่า Annular มีรากศัพท์จากลาตินแปลว่า วงแหวน ขณะเกิดสุริยุปราคาวงแหวน แสงอาทิตย์จะปรากฏเป็นวงกลมคล้ายแหวนล้อมรอบดวงจันทร์ดำมืดตรงกลาง แม้ว่าดวงจันทร์จะมาบังอยู่ตรงกลางดวงอาทิตย์พอดีแต่บังไม่มิด เพราะขนาดปรากฏเล็กกว่า หมายความว่า ดวงจันทร์อยู่ในตำแหน่งที่ไกลจากโลก หรือ ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้โลกจึงเห็นดวงใหญ่ แสงสว่างจากวงแหวนจะกลบโคโรนา และบรรยากาศชมพูของโครโมสเฟียร์ที่สวยงาม สุริยุปราคาแบบวงแหวนจะเกิดขึ้นประมาณ 32 เปอร์เซ็นต์


สุริยุปราคาแบบวงแหวน
ภาพจาก http://www.benchama.ac.th/stdweb/eclipse/know1.html

แบบสุดท้ายคือ สุริยุปราคาประเภทที่น่าสนใจที่สุดและสวยที่สุด ก็คือ สุริยุปราคาเต็มดวงหรือ Total Eclipse จะมีโอกาสเกิดขึ้นประมาณ 28 เปอร์เซ็นต์ ผู้ที่ได้พบเห็นมักจะประทับใจที่ได้เห็นท้องฟ้าเวลากลางวันแปรเปลี่ยนเป็นเวลากลางคืนจนเห็นดวงดาว และที่พิเศษรอบดวงอาทิตย์จะเห็นแสงเงินยวงของรัศมีโคโรนาคล้ายมงกุฎที่ครอบดวงอาทิตย์เอาไว้


สุริยุปราคาเต็มดวง
ภาพจาก ://www.benchama.ac.th/stdweb/eclipse/know1.html

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2552 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนานที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 21 เป็นเพราะดวงจันทร์เข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี และเกิดหลังจากที่ดวงอาทิตย์อยู่ไกลจากโลกมากที่สุด ทำให้ดวงจันทร์มีขนาดปรากฏใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้สุริยุปราคาครั้งนี้มีระยะเวลามืดเต็มดวงยาวนานมาก

การดูปรากฎการณ์สุริยุปราคานั้น ห้ามดูด้วยตาเปล่า ต้องใช้แผ่นกรองแสงหรือสังเกตการณ์ทางอ้อม เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงอันตรายจากแสงอาทิตย์ โดยแผ่นกรองแสงหรือแว่นกรองแสงต้องเป็นชนิดที่ออกแบบมาสำหรับดูดวงอาทิตย์โดยเฉพาะ หากต้องการดูผ่านกล้องโทรทรรศน์ก็ต้องมีแผ่นกรองแสง เช่น แผ่นไมลาร์ ปิดบังหน้ากล้อง

ต้นปีหน้าจะเกิดสุริยุปราคาขึ้นอีกครั้งในบ่ายวันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2553 เป็นสุริยุปราคาวงแหวน เส้นทางคราสพาดผ่านทวีปแอฟริกา มหาสมุทรอินเดีย ทางใต้ของประเทศอินเดีย ศรีลังกา พม่า และจีน ส่วนประเทศไทยนั้นอยู่นอกแนวคราสวงแหวน จึงเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

แก้ไขล่าสุด 25 กรกฎาคม 2552

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: [email protected]