ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ศูนย์รวมความรู้

    ศูนย์รวมความรู้

โดย ศ.ดร.จตุรนต์ ถิระวัฒน์
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มนุษยชาติได้มีการสำรวจอวกาศเพื่อการค้นคว้าและประกอบกิจการต่าง ๆ มาช้านานแล้ว ยิ่งมีพัฒนาการความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศมากขึ้น ความจำเป็นที่จะต้องมีกฎเกณฑ์ที่ใช้ในการปกครองกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดการดำเนินงานในลักษณะที่ราบรื่นเป็นไปโดยสันติก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ดังสุภาษิตกฎหมายที่ว่า "ที่ใดมีสังคมที่นั่นย่อมมีกฎหมาย" ในทำนองเดียวกัน อวกาศซึ่งเป็นบริเวณที่นานาชาติประกอบกิจการต่าง ๆ มากมาย ความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายก็มากขึ้นตามไปด้วย

การสำรวจอวกาศ (ภาพจาก http://www.space.com)

ตามความเป็นจริงแล้ว มนุษยชาติมีความคุ้นเคยกับ "ความจำเป็นที่ต้องมีกฎหมาย" โดยตั้งแต่เริ่มต้นยุคบุกเบิกอวกาศ รัฐทั้งหลายต่างตระหนักดีถึงความจำเป็นที่ต้องมีกฎเกณฑ์ แม้ในช่วงแรกจะรู้สึกว่าเป็นบริเวณที่มีความลี้ลับ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อ 50 ปี (ค.ศ.1957) ที่ผ่านมาซึ่งมนุษยชาติประสบความสำเร็จในการส่งวัตถุไปโคจรในอวกาศได้ นอกจากจะถือเป็นความสำเร็จของมนุษยชาติโดยรวมแล้ว ต่างก็ยังเห็นพ้องต้องกันว่า การบุกเบิกอวกาศเป็นการบุกเบิกพรมแดนใหม่ขึ้นมา อีกทั้งในทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เอง มนุษย์ก็ได้ตระหนักดีว่าสิ่งที่เคยเชื่อแต่เดิมไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป

กล่าวคือมนุษย์เคยเชื่อว่าสสารและพลังงานทั้งหลายที่อยู่บนโลกไม่มีวันจะหายไป นอกจากเปลี่ยนแปลงสภาพไปอยู่ในสถานะอื่น แต่ทันทีที่มนุษย์ประสบความสำเร็จจากการส่งวัตถุขึ้นไปในอวกาศได้ หลักการเช่นนั้นก็กลายเป็นหลักการที่ไม่ถูกต้อง เพราะวัตถุอวกาศที่ส่งไปแล้วสามารถโคจรอยู่นอกโลกและล่องลอยอยู่ในอวกาศโดยมิได้แปรสภาพไปอยู่ในสถานะอื่นดังเช่นความเชื่อเดิม เพราะฉะนั้นในตอนแรกนานาชาติต่างก็รู้สึกดีใจและภูมิใจเพราะเป็นปฏิบัติการที่ท้าทาย

การขนย้ายกระสวยอวกาศ (ภาพจาก http://www.space.com)

อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของกฎหมายก็ปรากฏขึ้นในทันที เนื่องจากรัฐทั้งหลายเริ่มที่จะเกิดความสงสัยและกังวลขึ้นมาว่า การบุกเบิกอวกาศนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อการสำรวจทางวิทยาศาสตร์อย่างเดียวหรือไม่ หรือ มีกิจกรรมอื่นแอบแฝงอยู่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงและการทหาร ซึ่งในด้านยุทธศาสตร์ทางทหารเป็นที่เข้าใจกันดีว่า ที่สูงเป็นชัยภูมิที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบด้านการทหาร โดยเฉพาะถ้าเป็นในเรื่องของการบินหรือการเดินอากาศจะชัดเจนมาก เพราะชั้นบรรยากาศในแง่มุมของกฎหมายถือเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของรัฐ คือ ดินแดนของรัฐมีขอบเขตเท่าใด ชั้นบรรยากาศที่อยู่เหนือดินแดนของรัฐก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของรัฐด้วย ซึ่งหมายความว่ารัฐเจ้าของดินแดนส่วนนั้นมีอธิปไตยโดยสมบูรณ์ถ้ารัฐอื่นใดต้องการที่จะผ่านเข้าไป จำเป็นต้องขออนุญาตมิฉะนั้นแล้วถือได้ว่าเป็นการล่วงล้ำอธิปไตยซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่ร้ายแรงด้วย และอาจนำมาซึ่งการใช้กำลังเพื่อยุติการละเมิดดังกล่าว

เพราะฉะนั้นในขณะที่เรื่องการบินของอากาศยานในชั้นบรรยากาศอยู่ในบังคับของระบบกฎหมายที่ชัดเจน แต่เมื่อกล่าวถึงกิจกรรมต่างๆในอวกาศกลับยังไม่มีกฎระเบียบใดเลย และในเมื่อการบินหรือการเดินอากาศอาจจะก่อให้เกิดภัยคุกคามหรืออธิปไตยต่อรัฐเจ้าของดินแดน การสัญจรของยานอวกาศเหนือดินแดนของรัฐบนพื้นผิวโลกก็ย่อมอาจก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อสันติภาพและอธิปไตยของรัฐบนพื้นดินได้เช่นเดียวกัน ความกังวลนี้คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนากฎหมายอวกาศ เมื่อรัฐรู้สึกว่าการส่งยานอวกาศขึ้นไปเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ตามภารกิจในทางสันติภาพที่อ้างไว้ แต่โอกาสที่จะเป็นภัยคุกคามก็มีได้เช่นเดียวกันหากปราศจากข้อบังคับใดๆ ดังนั้น จึงได้มีการสร้างหรือบัญญัติเกณฑ์ทางกฎหมายขึ้นมา

การปฏิบัติภาระกิจในอวกาศ (ภาพจาก http://www.space.com)

ยิ่งกว่านั้น ในปัจจุบันแนวทางในการประกอบกิจกรรมอวกาศไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะรัฐเท่านั้น มีผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะผู้ประกอบการภาคเอกชน อีกทั้งกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ได้เน้นเฉพาะการศึกษา การวิจัย ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ว่าเป็นการประกอบกิจกรรมในเชิงธุรกิจ ซึ่งมุ่งแสวงผลกำไร ฉะนั้นจึงมีการแข่งขัน และแบ่งปันผลประโยชน์ หากปล่อยให้ต่างฝ่ายต่างแสวงหาหรือแย่งชิงผลประโยชน์แล้ว ก็อาจจะเกิดข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง รวมไปถึงเกิดการเอารัดเอาเปรียบระหว่างกันอันอาจนำมาซึ่งข้อพิพาททางทหารที่ร้ายแรงได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นว่าการประกอบกิจการเหล่านั้นในอวกาศต้องเป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับ สาเหตุเหล่านี้ ล้วนเป็นที่มาและความสำคัญที่จำเป็นต้องมีกฎหมายในอวกาศ

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: [email protected]