ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ศูนย์รวมความรู้

    ศูนย์รวมความรู้

โดย ศ.ดร.จตุรนต์ ถิระวัฒน์
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

หลักรากฐานแห่งกฎหมายอวกาศ : หลักกฎหมายสำหรับวัตถุอวกาศและมนุษย์อวกาศ
จากหลักเสรีภาพเรื่องหลักกฎหมายมนุษย์อวกาศและหลักกฎหมายวัตถุอวกาศ มี 2 ประเด็นได้แก่ หลักกฎหมายสำหรับวัตถุอวกาศ และ สถานะพิเศษและการคุ้มครองมนุษย์อวกาศ

หลักกฎหมายสำหรับวัตถุอวกาศ
การจดทะเบียนวัตถุอวกาศและการส่งวัตถุอวกาศกลับคืน
อนุสัญญาปี 1978 กล่าวถึงเรื่องการจดทะเบียน อนุสัญญาปี 1975 กล่าวถึงความรับผิดของรัฐ ความยุ่งยากของการใช้ สำหรับอนุสัญญาปี 1972 กล่าวถึงว่าจะระบุได้อย่างไรว่ารัฐไหนเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะเวลาวัตถุอวกาศปะทะกันระเบิดแตกสลายจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าเป็นของใคร ต้องไปตามฝ่ายนิติเวชไปตรวจพิสูจน์ ต้องไปเก็บชิ้นส่วนของวัตถุอวกาศในอวกาศว่าเป็นของใคร เพราะฉะนั้นการพิสูจน์จึงทำได้ยากมาก



แต่วิธีที่ง่ายหากเราทราบประวัติของวัตถุอวกาศจากระบบการจดทะเบียนไว้ ซึ่งพอที่จะระบุได้ว่าใครเป็นผู้ที่อยู่ในข่ายรัฐผู้ส่งที่เราจะฟ้องได้ เพราะฉะนั้นระบบการจดทะเบียนจึงมีความสำคัญ ซึ่งจะช่วยให้ทราบได้ว่าใครเป็นผู้ส่ง มีวิธีกำหนดรูปลักษณ์ของมันไว้แค่ไหน เวลาเก็บชิ้นส่วนมาก็จะรู้ว่ามีอะไรบ้าง อนุสัญญาปี 1975 จึงกำหนดหลักการที่มอบหมายภาระหน้าที่ให้กับรัฐผู้ส่งจะต้องนำรายละเอียด ซึ่งมีแบบฟอร์มการส่งว่าวัตถุที่ส่งขึ้นไปนั้น ส่งไปไหน ขนาดเท่าไร มีภารกิจอะไร มีส่วนประกอบสำคัญคืออะไร มีรอบวงโคจรต่างๆในการคำนวณเพื่อระบุตัวได้ว่าเป็นของใครเป้าหมายหนึ่ง

อีกฉบับหนึ่งที่ประเทศไทยกำลังประชุมกันก็มีประเด็นเหมือนกัน ประชุมกันมาหลายปี ก็กล่าวถึงแต่เรื่องนี้ ปัจจุบันเกิดการซับซ้อนกันเพิ่มเติมขึ้นไปอีก ในประเทศไทย รัฐส่งวัตถุอวกาศไปแล้วสมมติว่ารัฐจดทะเบียนหรือไม่จดก็ตาม แล้ววันดีคืนดีรัฐก็ขายวัตถุอวกาศให้ผู้อื่น จึงเกิดคำถามตามมาว่าเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นจะทำอย่างไร รัฐยังต้องรับผิดชอบอยู่หรือไม่ เพราะรัฐไม่ได้ควบคุมดาวเทียมดวงนี้แล้ว เมื่อมันไปก่อความเสียหาย คนอื่นเป็นผู้รับช่วงไปแล้ว ยังต้องรับผิดชอบอยู่หรือไม่ ประเด็นนี้ผู้เขียนได้ไปตั้งคำถามนี้ไว้ที่สหประชาชาติ

ประเด็นที่กล่าวกันต่อมาก็คือ ถ้ามีการเปลี่ยน Transfer จะต้องมีการจดทะเบียนใหม่หรือไม่ รัฐที่รับไปต้องจดหรือไม่ นั่นคืออีกปัญหาหนึ่ง ในปัจจุบันรัฐที่ไม่ได้เป็นภาคีในประเทศไทยก็ไม่ต้องจดก็ได้ บางครั้งรัฐบอกว่าให้เอกชนทำ เอกชนก็บอกว่าผมไม่ได้จดทะเบียนกับสหประชาชาตินี่ ตรงนี้เป็นปัญหาความซับซ้อน จะทำอย่างไรจึงจะสามารถระบุได้ว่าวัตถุเหล่านี้เป็นของใคร หรือถึงไม่ได้เปลี่ยนมือแต่เปลี่ยนความควบคุม เช่น เราเปลี่ยนสัมปทาน เปลี่ยนผู้รับสัมปทาน วัตถุยังเป็นของเรา แต่คนที่รับสิทธิ์ในการแสวงประโยชน์เปลี่ยนมือไป สมควรไหมว่าต้องไปแจ้งโอนหรือไม่ เพราะในช่วงที่ควบคุมอยู่ รัฐไม่ได้เกี่ยวข้อง ความรับผิดต้องควบคุมแค่ไหน หรือว่ามองว่าก็รัฐขายไปได้ประโยชน์ความรับผิดก็ต้องเป็นสัดส่วนเหมือนเดิม เพราะตัวเองได้ประโยชน์เหมือนเดิม เรื่องนี้คงต้องร่วมถกเถียงกันอีกสักระยะหนึ่ง



มีอีกกรณีปฏิบัติหนึ่งซึ่งไม่ใช่ประเทศไทยเพียงประเทศเดียว ประเทศอื่นที่เขาทำการส่งวัตถุกลับคืน ปี 1968 ประเทศไทยเป็นภาคีแล้ว เมื่อปีเศษที่ผ่านมา ชาวบ้านจังหวัดฉะเชิงเทราบอกว่ามีชิ้นส่วนลงมาเป็นชิ้นส่วนจากโบอิ้งมาจากอเมริกา สถานทูตก็ตามมาขอคืน เราเก็บเอาไว้ที่สถานีตำรวจเพราะกลัวหาย ก็เกิดคำถามตามมาว่าต้องคืนหรือไม่ เพราะเราเป็นภาคีปี1968 ภาระหน้าที่ที่ต้องส่งคืนวัตถุหรือชิ้นส่วนที่เก็บกู้ เพียงแต่ว่าหน้าที่ในส่วนนี้ เรามีสิทธิ์เรียกร้องค่าใช้จ่ายต่างๆ บางทีการเก็บกู้อาจจะมีความเสี่ยง ประเด็นนี้ นักวิชาการกังวลว่า ถ้ามีวัตถุปนเปื้อนก็แย่ แต่โชคดีที่ไม่มีอะไรจึงคืนเขาไปแล้ว นี่เป็นตัวอย่างที่เล่าให้ฟังถึงเรื่องหลักการส่งคืน เพราะหลายเรื่องอาจจะเป็นเรื่องเศษส่วนหรือชิ้นส่วน

มีตัวอย่างจริงอีกเหมือนกันที่ว่าทางรัฐฝรั่งเศสขออนุญาตล่วงหน้าว่าจะมีเครื่องตรวจอากาศ ซึ่งมันจะเคลื่อนไหวในชั้นอวกาศและจะค่อยๆตกลงมาในชั้นอากาศและคาดว่าจะตกลงมาในทะเล ถ้าเรือไทยเก็บได้ขอให้อย่าทำลายและส่งคืน เพราะเราเป็นภาคีอนุสัญญา ส่วนนี้บางครั้งมันมีคุณค่า มีข้อมูลอุปกรณ์ต่างๆ

สถานะพิเศษและการคุ้มครองมนุษย์อวกาศ
มนุษย์อวกาศ : สถานะพิเศษ ตัวแทนของมนุษยชาติ
อนุสัญญาปี 1968 ถือว่าเป็นมนุษยธรรม หากส่งคืนทรัพย์สินที่ไม่ใช่ของเรา ในฐานะผู้แทนธรรมชาติ representative government kind เขาไปเสี่ยงเพื่อเรา หากประสบความสำเร็จเราก็เคลมด้วย ยกเว้นแต่ท่านอยากส่งลูกหลานไปเป็นมนุษย์อวกาศ เป้าหมายหลักของหลายประเทศส่งมนุษย์อวกาศขึ้นไปเช่น มาเลเซีย เวียดนาม



ประเทศไทยอาจจะมีได้ นักบินอวกาศคนแรก ไม่ใช่เรื่องที่เสี่ยงภัยอะไร รับรองสถานะเป็นพิเศษ หมายถึง ถ้าท่านเป็นมนุษย์อวกาศ ไม่ใช่ว่ามีสัญชาติอะไร ทันทีที่เกิดปัญหา ท่านจะได้รับความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ช่วยเหลือแล้วส่งกลับ เป็นหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องต้องแจ้ง หน่วยงานต่างๆ ต้องแจ้งแล้วจะได้รับค่าชดเชยจากค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: [email protected]