ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ศูนย์รวมความรู้

    ศูนย์รวมความรู้

โดย สำนักงานกิจการอวกาศส่วนนอกแห่งสหประชาชาติ
(UNOOSA : United Nations Office for Outer Space Affairs)


ธงขององค์การสหประชาชาติ
ที่มาของภาพ
http://www.sen.com/uploads/features/detail/e2b40c7e9b1243ab83cde1bc61cc3b96.jpg



กฎหมายอวกาศ (space law) คืออะไร ?

กฎหมายอวกาศเป็นกฎหมายที่ถูกนำมาใช้ในการควบคุมดูแลกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอวกาศ ทั้งนี้ กฎหมายอวกาศจะเกี่ยวข้องกับกฎ หลักการ และมาตรฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ (international law) โดยจะปรากฏอยู่ใน 5 สนธิสัญญา (treaty) ของกฎหมายระหว่างประเทศ และ 5 ชุดของหลักการกำกับดูแลอวกาศในส่วนนอก (principle governing outer space) ซึ่งถูกกำหนดขึ้นอย่างละเอียดภายใต้การดำเนินการขององค์การสหประชาชาติ (the United Nations Organization)

นอกจากนี้ กฎหมายอวกาศยังครอบคลุมไปถึง ความตกลงระหว่างประเทศ (international agreements) สนธิสัญญา (treaties) อนุสัญญา (conventions) กฎ (rules) และ ข้อบังคับขององค์การระหว่างประเทศ (regulations of international organizations) อาทิ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (the International Telecommunications Union), กฎหมายภายในประเทศ (national laws) หลักเกณฑ์และข้อบังคับ (rules and regulations)

คำสั่งด้านการบริหารและการปกครอง (executive and administrative orders) และ การตัดสินพิจารณาคดี (judicial decisions)

tes of America)

รัฐซึ่งมีกฎหมายภายในประเทศและบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมในอวกาศ (legislation governing space-related activities) มีรายชื่อดังนี้ อาร์เจนตินา (Argentina), ออสเตรเลีย (Australia), แคนาดา (Canada), ฟินแลนด์ (Finland), ฝรั่งเศส (France), เยอรมนี ( Germany), ฮังการี (Hungary), อินโดนีเซีย (Indonesia), ญี่ปุ่น (Japan), นิวซีแลนด์ (New Zealand), ฟิลิปปินส์ (Philippines), สาธารณรัฐเกาหลี หรือ เกาหลีใต้ (Republic of Korea or South Korea), สหพันธรัฐรัสเซีย (Russian Federation), สโลวาเกีย (Slovakia), สวีเดน (Sweden), แอฟริกาใต้ (South Africa), ตูนีเซีย (Tunisia), ยูเครน (Ukraine), สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เหนือ (the United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland), และ สหรัฐอเมริกา (the United States of America)

ทำไมเราจำเป็นต้องใช้กฎหมายสำหรับอวกาศส่วนนอก (outer space)?

อวกาศส่วนนอกเป็นบริเวณที่มีความน่าสนใจ และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีลักษณะทางธรรมชาติที่ไม่เหมือนใคร อีกทั้งมีศักยภาพอย่างมีนัยสำคัญที่ให้คุณและให้โทษได้ ทั้งนี้เป้าหมายหลักที่สำคัญของกฎหมายอวกาศก็คือ ให้มั่นใจว่ามีเหตุผลและมีแนวทางการรับผิดชอบในการสำรวจอวกาศส่วนนอก และการใช้อวกาศส่วนนอกเพื่อประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ด้วยเหตุนี้ กฎหมายอวกาศได้กล่าวถึงเนื้อหาที่มีความหลากหลาย อาทิ กิจกรรมทางทหารในอวกาศส่วนนอก การสงวนและรักษาอวกาศและสภาพแวดล้อมของโลก ความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดจากวัตถุอวกาศ (liability for damages caused by space objects) การระงับข้อพิพาท(settlement of disputes) การปกป้องผลประโยชน์แห่งรัฐ การให้ความช่วยเหลือนักบินอวกาศ การแบ่งปันข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภัยตรายในอวกาศส่วนนอก การใช้เทคโนโลยีอวกาศ และความร่วมมือระหว่างประเทศ



สนธิสัญญาและหลักการของอวกาศส่วนนอก
ที่มาของภาพ
http://www.spaceacademy.net.au/spacelaw/untreaties.jpg

อะไรคือความแตกต่างระหว่างสนธิสัญญา 5 ฉบับ และ หลักการกำกับดูแลอวกาศในส่วนนอกทั้ง 5 ชุด ?

ตามที่เป็นที่ยอมรับของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (General Assembly) สนธิสัญญาระหว่างประเทศทั้ง 5 ฉบับ ซึ่งถูกใช้ในการกำกับดูแลอวกาศส่วนนอกนั้น ได้ถูกลงนามและให้สัตยาบันไว้โดยรัฐสมาชิก ทั้งนี้ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ บทบัญญัติของกฎหมายจะผูกพันกับรัฐสมาชิกที่ได้ให้สัตยาบันไว้ นอกจากนี้ บทบัญญัติดังกล่าวได้ระบุถึงหลักการที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจและการใช้อวกาศส่วนนอกไว้อย่างชัดเจน ซึ่งอาจจะแนวทางให้กับรัฐที่ยังไม่ผูกพันตนเองกับบทบัญญัติดังกล่าวในทางกฎหมาย

ในส่วนของหลักการกำกับดูแลอวกาศในส่วนนอกทั้ง 5 ชุดนั้น มีสถานะทางกฎหมายตามมติที่ประชุมของสมัชชาใหญ่ โดยจะมีเนื้อหาหลักการที่เป็นที่ยอมรับทั่วไป ข้อบังคับ และมาตรฐาน ซึ่งรัฐอาจจะนำไปใช้ในการกำกับดูแลกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอวกาศ

สนธิสัญญาระหว่างประเทศ 5 ฉบับ ควบคุมกิจกรรมทางทหารในอวกาศส่วนนอกหรือไม่?

คำตอบคือ ใช่ สนธิสัญญาสำหรับอวกาศส่วนนอกห้ามมิให้รัฐภาคีส่งวัตถุอวกาศใดๆที่บรรทุกอาวุธนิวเคลียร์หรืออาวุธใดๆที่มีศักยภาพในการทำลายล้างสูง ขึ้นสู่อวกาศในวงโคจรรอบๆโลก รวมไปถึงการติดตั้งอาวุธดังกล่าวบนวัตถุอวกาศ หรือ มีสถานีประจำการอาวุธดังกล่าวในอวกาศส่วนนอก ในลักษณะอื่นใด

นอกจากนี้ สนธิสัญญายังได้ระบุถึงดวงจันทร์และวัตถุอวกาศอื่นๆ จะต้องถูกใช้เพื่อความสงบสุขและสันติเท่านั้น และห้ามไม่ให้มีการจัดตั้งฐานทางด้านทหาร รวมไปถึงการติดตั้งป้อมปราการ การทดสอบอาวุธและการซ้อมรบทางทหารบนดวงจันทร์และวัตถุอวกาศอื่นๆ ในอวกาศส่วนนอก

อย่างไรก็ตาม การใช้บุคลากรทางทหารสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ หรือ สำหรับวัตถุประสงค์เพื่อสันติภาพ ไม่ได้ถูกห้าม

ทั้งนี้ข้อตกลงในเรื่องของดวงจันทร์ได้ขยายตามบทบัญญัติของสันธิสัญญาอวกาศส่วนนอก โดยห้ามการคุกคามหรือการใช้กำลังกระทำการใดๆ บนดวงจันทร์ (รวมไปถึงดวงดาวอื่นๆ ในระบบสุริยะจักรวาล) และ การใช้ดวงจันทร์ (รวมไปถึงดวงดาวอื่นๆ ในระบบสุริยะจักรวาล) ไปในทางที่เป็นภัยคุกคามในความสัมพันธ์กับโลก ดวงจันทร์ ยานอวกาศ นักบินอวกาศ



ภาพล้อเลียนการประกาศขายที่บนดวงจันทร์
ที่มาของภาพ
http://2.bp.blogspot.com/-h6GMvFj4Ct8/UDhGM7xAhcI/AAAAAAAADNQ/WW58vapM_fc/s400/PSC0911_FY_064.jpg

รัฐสามารถเรียกร้องส่วนหนึ่งของอวกาศส่วนนอกเป็นของตนเองได้หรือไม่?

คำตอบคือ ไม่ได้

สนธิสัญญาสำหรับอวกาศส่วนนอกได้ระบุไว้ว่า อวกาศส่วนนอกรวมไปถึงดวงจันทร์และดวงดาวอื่นๆ ไม่อยู่ภายใต้การยึดครองของชาติใดๆ ทั้งจากการเรียกร้องอำนาจอธิปไตยผ่านการใช้หรือการยึดครองหรือการกระทำใดอื่นๆ ทั้งนี้สนธิสัญญาได้ระบุถึงการสำรวจและการใช้อวกาศส่วนนอกว่าเป็นอาณาเขตของมนุษยชาติทั้งหมด

ข้อตกลงในเรื่องของดวงจันทร์ได้ถูกขยายตามบทบัญญัติโดยได้ระบุไว้ว่า ทั้งบนพื้นดินและใต้พื้นดินของดวงจันทร์ (หรือดวงดาวอื่นๆ ในระบบสุริยะจักรวาล) หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือ ทรัพยากรทางธรรมชาติในสถานที่ดังกล่าว ไม่สามารถตกเป็นทรัพย์สมบัติของรัฐใดๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลระหว่างประเทศ องค์กรเอกชน องค์กรระดับชาติ หรือเป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

สนธิสัญญาควบคุมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอวกาศที่ดำเนินการโดยรัฐ แล้วในกรณีที่เป็นหน่วยงานเอกชน อาทิ บริษัท หรือ ส่วนบุคคล ที่ดำเนินกิจกรรมในอวกาศส่วนนอก สนธิสัญญาดังกล่าวมีผลบังคับครอบคลุมด้วยหรือไม่ ?

สนธิสัญญาสำหรับอวกาศส่วนนอกได้ระบุไว้ว่า รัฐภาคีจะต้องรับผิดชอบในระดับนานาชาติสำหรับกิจกรรมที่เกิดขึ้นในอวกาศส่วนนอก (รวมไปถึงดวงจันทร์และดวงดาวอื่นๆ) ที่ดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในสนธิสัญญา นอกจากนี้ สนธิสัญญายังได้ระบุไว้ว่า กิจกรรมดังกล่าวที่ดำเนินการโดยองค์กรเอกชนจะต้องได้รับอนุญาตและกำกับดูแลอย่างต่อเนื่องโดยรัฐภาคี



การช่วยเหลือนักบินอวกาศออกจากยานอวกาศที่ลงจอดบนพื้นโลก
ที่มาของภาพ
http://media.commercialappeal.com/media/img/photos/2012/07/01/APTOPIX_Kazakhstan_Russia_Space_Landing[1]_t607.jpg

สถานะภาพที่ถูกต้องตามกฎหมายของนักบินอวกาศในอวกาศส่วนนอก?
และ ในกรณีที่ยานอวกาศร่อนลงบนดินแดนของต่างชาติ นักบินอวกาศจะถูกคุมขังหรือไม่?




ในบทบัญญัติของสนธิสัญญาสำหรับอวกาศส่วนนอก รัฐที่ลงทะเบียนวัตถุที่ถูกนำส่งขึ้นสู่อวกาศส่วนนอก จะสงวนไว้ซึ่งขอบเขตอำนาจ(ที่ศาลและกฏหมายควบคุมไปถึง) และการควบคุมวัตถุ และบุคลากรที่เดินทางมากับวัตถุดังกล่าว ในขณะที่อยู่ในอวกาศส่วนนอกหรือบนดวงดาว (อาทิ โลก) ดังนั้น เว้นแต่จะตกลงเป็นอย่างอื่นโดยรัฐ (ตัวอย่างเช่น ในกรณีของโครงการร่วม) ประเด็นเรื่องบุคลากรของยานอวกาศจะเป็นไปตามกฎหมายของรัฐที่ลงทะเบียน

นอกจากนี้ สนธิสัญญาสำหรับอวกาศส่วนนอก และข้อตกลงการกู้ภัย (Rescue Agreement) ได้กำหนดไว้ว่า นักบินอวกาศจะต้องได้รับการยกย่องให้เป็น “ทูตของมนุยชาติในอวกาศ” และ ควรได้รับความช่วยเหลือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หรือร่อนลงบนพื้นโลกในสภาวะฉุกเฉิน รวมไปถึงการร่อนลงและถูกพบในดินแดนต่างประเทศหรือในทะเลของรัฐใดๆ รัฐดังกล่าวจะต้องดูแลและนำส่งนักบินอวกาศกลับสู่ตัวแทนผู้นำส่งหรือรัฐที่ลงทะเบียนไว้



นักบินอวกาศ ขณะปฏิบัติการกู้ดาวเทียมสื่อสาร
ที่มาของภาพ
http://www.astronautix.com/graphics/0/10061929.jpg

ใครเป็นผู้ครอบครองดาวเทียมและวัตถุอวกาศอื่นๆ ที่กลับสู่โลกโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือ สูญหายในอวกาศส่วนนอก?
และ ผู้ที่กอบกู้มันได้ สามารถอ้างสิทธิ์เหนือมันได้หรือไม่?


สนธิสัญญาสำหรับอวกาศส่วนนอกได้ระบุไว้ว่า ความเป็นเจ้าของในวัตถุที่ถูกนำส่งขึ้นสู่อวกาศนั้นรวมไปถึงวัตถุที่ร่อนลงหรือถูกสร้างขึ้นบนดวงดาว และชิ้นส่วนของวัตถุอวกาศนั้นๆ ซึ่งกล่าวในอีกนัยหนึ่งว่า ดาวเทียมและวัตถุอวกาศอื่นๆนั้น ยังคงเป็นทรัพย์สินของเจ้าของดังเดิมโดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งของวัตถุอวกาศ

ในสนธิสัญญาสำหรับอวกาศส่วนนอก และข้อตกลงการกู้ภัย ได้ระบุโดยเฉพาะให้มีการส่งคืนวัตถุอวกาศทั้งหมด หรือชิ้นส่วนของวัตถุอวกาศ ให้แก่ผู้มีอำนาจแรกเริ่มในการนำส่ง (original launching authority) หรือ รัฐที่ลงทะเบียนวัตถุอวกาศไว้ ในกรณีที่วัตถุอวกาศหรือชิ้นส่วนของวัตถุอวกาศตกลงและถูกค้นพบในดินแดนของประเทศอื่น

ความเสียหายที่เกิดจากวัตถุอวกาศในอวกาศส่วนนอกหรือบนโลก รัฐเจ้าของวัตถุอวกาศจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายหรือไม่?

ตามสนธิสัญญาอวกาศส่วนนอกและอนุสัญญาความรับผิดชอบ (Liability Convention) รัฐภาคีที่นำส่งวัตถุอวกาศ หรือ จัดหาการนำส่งวัตถุอวกาศขึ้นสู่อวกาศส่วนนอก หรือ จากอาณาเขต หรืออำนวยการวัตถุอวกาศให้ถูกนำส่งสู่อวกาศ จะต้องรับผิดชอบในระดับนานาชาติต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยวัตถุอวกาศนั้นๆ หรือ โดยชิ้นส่วนของวัตถุอวกาศนั้นๆ ความเสียหายดังกล่าวรวมไปถึงการสูญเสียชีวิต การบาดเจ็บ หรือ ทำให้สุขภาพได้รับผลกระทบในด้านต่างๆ หรือ การสูญเสียหรือความเสียหายในทรัพย์สินของรัฐหรือของบุคคล

บุคคลหรือบริษัทเอกชนที่ได้รับความเสียหายจากวัตถุอวกาศสามารถฟ้องรัฐที่เป็นผู้นำส่งวัตถุอวกาศ(launching State) ได้หรือไม่ ?

การเรียกร้องภายใต้อนุสัญญาความรับผิดชอบสำหรับค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดจากวัตถุอวกาศสามารถดำเนินการได้โดยเสนอผ่านช่องทางการทูตโดยในนามของรัฐ ในนามของบุคคลที่ได้รับความเสียหายภายในอาณาเขต หรือ ในนามของผู้พำนักอย่างถาวร ทั้งนี้ อนุสัญญาความรับผิดชอบไม่สามารถใช้กับความเสียหายที่เกิดจากกรณีที่รัฐผู้นำส่งเป็นรัฐที่ได้รับความเสียหายเอง อย่างไรก็ตาม

อนุสัญญาความรับผิดชอบไม่ได้ระบุไว้ในบทบัญญัติที่จะป้องกันไม่ให้รัฐ หรือบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล เป็นตัวแทนในการเรียกร้องค่าเสียหายต่อศาล หรือศาลปกครอง หรือหน่วยงานของรัฐผู้นำส่ง



ศูนย์ภาคพื้นดินเฝ้าตรวจและติดตามวัตถุอวกาศ
ที่มาของภาพ
http://hight3ch.com/wp-content/uploads/2012/03/space-fence-debris-tracking.jpg

ทำอย่างไร ให้เราสามารถหาได้ว่า มีอะไรบ้างที่ถูกนำส่งสู่อวกาศส่วนนอก และใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อสิ่งนั้น?

การลงทะเบียนของการนำส่ง(วัตถุอวกาศ) ได้มีการดำเนินการมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 1962 โดยสำนักเลขาธิการสหประชาชาติ ตามมติที่ประชุมสมัชชาใหญ่ที่ 1721 B (XVI) โดยข้อมูลที่มีอยู่นั้นถูกให้ไว้ตามความสมัครใจของประเทศสมาชิก และได้ถูกเผยแพร่ในเอกสารของสหประชาชาติในชุดของ A/AC.105/INF นอกจากนี้ อนุสัญญาการลงทะเบียน (ปี 1976) ได้เรียกร้องให้รัฐภาคีทำการดูแลข้อมูลการลงทะเบียนวัตถุอวกาศที่รัฐภาคีเหล่านั้นที่ได้นำส่งสู่อวกาศส่วนนอก และดำเนินการนำส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยู่ในแต่ละวัตถุอวกาศ ไปยังเลขาธิการขององค์การสหประชาชาติ

ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการสหประชาชาติ จะดำเนินการรักษาดูแลการลงทะเบียนครั้งที่สอง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้และเปิดกว้างให้มีการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ นอกจากนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านอวกาศของแต่ละประเทศทั่วโลกจะคอยเฝ้าตรวจ บันทึก และติดตามวัตถุอวกาศที่ถูกนำส่งสู่อวกาศส่วนนอก

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

แก้ไขล่าสุด 30 กันยายน 2556

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: [email protected]