ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ศูนย์รวมความรู้

    ศูนย์รวมความรู้

โดย สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร 51 ถนนเชื่อมสัมพันธ์ เขตหนองจอก กรุงเทพ 10530
โทร 02-988-3655, 02-988-3666 โทรสาร 02-988-4040 E-mail: [email protected]


เมื่อกล่าวถึงการบุกเบิกอวกาศที่เริ่มต้นอย่างจริงๆจังๆ เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมานั้น เราก็มักจะนึกถึงอดีตสหภาพโซเวียตหรือไม่ก็สหรัฐอเมริกาเท่านั้น ซึ่งทำให้มีคำถามตามมาว่า มีเพียง 2 ประเทศที่กล่าวในข้างต้นเท่านั้นหรือ ที่เป็นผู้บุกเบิกอวกาศในยุคเริ่มต้น จึงเป็นที่มาว่าเหตุใดผู้เขียนจึงใส่เครื่องหมายคำถาม "?" ตามหลังหัวเรื่อง "ผู้บุกเบิกอวกาศ"

V-2 ถล่มกรุงลอนดอน
จรวดยุคแรกๆ ที่ถูกใช้งานในทางปฏิบัติจริงนั้นมีชื่อซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่า "จรวด V-2" โดยเจ้า V-2 นี้ถูกออก แบบโดยวิศวกรชาวเยอรมัน เวอร์นเฮอร์ วอร์นบราวน์ (Wernher von Braun) ที่มีชื่อเสียงและประวัติที่น่าสนใจ โดยจรวดดังกล่าวถูกใช้โดยกองทัพนาซีในการถล่มกรุงลอนดอนช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 (1944 – 1945)

จรวด V-2 ของกองทัพเยอรมัน ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2
ที่มา http://en.wikipedia.org/wiki

ภายหลังจากสงครามโลกสิ้นสุดลงด้วยความปราชัยของเยอรมัน จรวด V-2 และทีมนักวิศวกรชาวเยอรมันได้ตกอยู่ในมือของฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งได้นำเจ้า V-2 ไปพัฒนาต่อทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและอดีตสหภาพโซเวียต ทั้งนี้มีข้อมูลระบุว่าจรวด V-2 จำนวนถึง 300 ลูกและชิ้นส่วนต่างๆ ถูกส่งไปยังสหรัฐอเมริกา

เมื่อย้อนกลับไปช่วงเวลาที่เยอรมันกำลังพัฒนา V-2 มีข้อมูลระบุว่าวอร์น บราวน์ได้นำข้อมูลทางเทคนิคหลายประการที่คิดค้นโดยนักฟิสิกส์ชื่อดังของสหรัฐอเมริกา "โรเบิร์ต ก็อดดาร์ด" (Robert Goddard) มาใช้ร่วมกับสิ่งที่วอร์น บราวน์สร้างขึ้น

โรเบิร์ต ก็อดดาร์ด
ที่มา http://www.daviddarling.info/encyclopedia/G/Goddard.html

อาวุธสำหรับการแข่งขันบุกเบิกอวกาศ
กลางปี 1945 ก่อนสงครามยุติเพียงเล็กน้อย วอร์น บราวน์หัวหน้าวิศวกรผู้สร้าง V-2 และทีมงานของเขา จำนวน 125 คน ยอมจำนนและเข้าร่วมกับกองทัพบกของสหรัฐอเมริกา โดยทำงานให้กับ ABMA (Army Ballistic Missile Agency) เพื่อทำการพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกล “Redstone” ที่บรรจุหัวรบนิวเคลียร์ในปี 1953 และในปีถัดมาวอร์นบราวน์ เสนอโครงการออร์บิตเตอร์ (Orbiter) เพื่อส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศโดยใช้จรวดที่กำลังพัฒนาอยู่ หลังจากนั้นในเวลาอีกหกเดือนถัดมา ประธานาธิบดี ดไวท์ ดี ไอเซนฮาวร์ ได้ออกมาประกาศว่าสหรัฐอเมริกาจะส่งดาวเทียมดวงแรกขึ้นสู่วงโคจรก่อนเดือนธันวาคม 1958 อย่างไรก็ตาม โครงการออร์บิตเตอร์กลับไม่ได้รับการสนับสนุนเนื่องจากหน่วยงานความมั่นคงให้ความสำคัญของโครงการแวนการ์ด (Vanguard) ที่นำ เสนอโดยกองทัพเรือมากกว่า แต่วอร์นบราวน์และวิศวกรของเขายังคงทดสอบจรวดที่พัฒนาขึ้นต่อไป

เวอร์นเฮอร์ วอร์น บราวน์
ที่มา http://www.geocities.com/duppim/vb02.html

103 วิศวกรยอรมันทีมสร้าง V-2 ในพิธีรับสัญชาติอเมริกัน ปี 1955
ที่มา http://www.redstone.army.mil/history/arspace/arspace_chronology.html

สหรัฐอเมริกาส่งจรวดขึ้นสู่อวกาศ !!!
ปลายปี 1956 วอร์นบราวน์ได้ทดสอบยิงจรวด Jupiter-C (ซึ่งดัดแปลงมาจากขีปนาวุธ Redstone) ขึ้นสู่อวกาศได้สูงถึง 1,098 กิโลเมตรจากพื้นโลก ซึ่งเป็นระดับความสูงที่เพียงพอต่อการส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจร แต่ในการยิง Jupiter-C ในครั้งนั้นไม่ได้นำส่งดาวเทียมแต่อย่างใด โดยเป็นการทดสอบการยิงจรวดเท่านั้น(ก่อนที่อดีตสหภาพโซเวียตจะส่งดาวเทียมสปุคนิค 1 ขึ้นสู่อวกาศเป็นเวลามากกว่าหนึ่งปี) อย่างไรก็ตาม การทำงานของวอร์นบราวน์ต้องหยุดลงเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลต้องการสนับสนุนโครงการแวนการ์ด

สหภาพโซเวียตประสบความสำเร็จส่งดาวเทียมก่อน
สหภาพโซเวียตดัดแปลง R-7 (ซึ่งเป็นจรวดขีปนาวุธแรกของโลก) โดยบรรจุดาวเทียมสปุคนิคและส่งขึ้นสู่อวกาศเป็นครั้งแรกของโลกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 1957 ตามด้วยสปุคนิค 2 เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 1957 ทำให้สหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องเร่งการยิงจรวดแวนการ์ดเพื่อส่งดาวเทียมเป็นครั้งแรกให้เร็วขึ้น (จากกำหนดเดิมที่จะมีขึ้นในปลายปี 1958) โดยตัดสินยิงในวันที่ 6 ธันวาคม 1957 ซึ่งผลปรากฏว่าจรวดแวนการ์ดพุ่งขึ้นสูงจากฐานยิงเพียง 1.2 เมตรและเกิดการระเบิดขึ้น โดยดาวเทียมขนาดเล็กที่อยู่บนส่วนหัวของจรวดนั้นตกลงมาและม้วนกลิ้งไปหยุดที่พุ่มไม้ใกล้กับฐานยิงและเริ่มทำการส่งสัญญาณวิทยุออกมา เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความอับอายต่อหน้าชาวอเมริกันเป็นอย่างมาก

จรวด R-7
ดาวเทียมสปุคนิค
ที่มา http://en.wikipedia.org/wiki

เยอรมันผู้รักษาหน้าอเมริกัน
หลังจากเหตุการณ์ระเบิดของจรวดแวนการ์ดเพียง 55 วัน วอร์นบราวน์และ ABMA ได้สร้างจรวดขึ้นชื่อ Juno I เพื่อส่งดาวเทียมดวงแรกของสหรัฐอเมริกาที่ชื่อว่า "Explorer 1" (สร้างโดย NASA's JPL) ในวันที่ 31 มกราคม 1958 โดยการยิงดังกล่าวประสบผลสำเร็จ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการรักษาหน้าของสหรัฐอเมริกาไว้ได้

จรวด Juno I
ดาวเทียม Explorer 1
ที่มา http://en.wikipedia.org/wiki

ภารกิจของดาวเทียม Explorer1 ก็คือการสำรววจวัดสนามแม่เหล็กโลกในอวกาศ โดยผู้ที่ออกแบบเครื่องมือวัดดังกล่าวคือ ดร.เจมส์ แวน อัลเลน แห่งมหาวิทยาลัยไอโอวา ซึ่งแถบสนามแม่เหล็กโลกที่ปกป้องโลกจากอนุภาคพลังงานสูงที่มาจากดวงอาทิตย์นั้นถูกค้นพบโดยดาวเทียม Explorer1 ได้ถูกตั้งชื่อว่า "Van Allen belt"ที่เราคุ้นเคย

สหภาพโซเวียตส่งนักบินอวกาศคนแรกของโลก
4 ปีหลังจากดาวเทียมสปุคนิต 1 และ Explorer 1 ได้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตต่างเร่งแข่งขันกันในด้านอวกาศ

วันที่ 12 เมษายน 1961 เป็นอีกครั้งที่สหภาพโซเวียตนำหน้าสหรัฐอเมริกาในการแข่งขันด้านอวกาศ โดยประสบความสำเร็จในการส่งนักบินอวกาศขึ้นไปโคจรรอบโลก ทั้งนี้ ยูริ กาการินนักบินอวกาศคนแรกของโลกได้เดินทางขึ้นสู่อวกาศโดยยานวอสตอค (Vostok) และโคจรรอบโลกเป็นเวลา 108 นาที

ยูริ กาการิน นักบินอวกาศคนแรกของโลก
ที่มา http://www.nasa.gov/mission_pages/shuttle/sts1/gagarin_anniversary.html

นักบินอวกาศคนแรกของสหรัฐอเมริกา
หลังจากที่สหภาพโซเวียตประสบความสำเร็จส่งนักบินอวกาศคนแรกของโลกเพียงไม่ถึงเดือน สหรัฐอเมริกาได้ส่งอลัน ชีพาร์ดนักบินอวกาศขึ้นสู่อวกาศในวันที่ 5 พฤษภาคม 1961 โดยยานเมอร์คิวรี 3 (สร้างโดยวอร์นบราวน์) และเดินทางในอวกาศเพียง 15 นาที ซึ่งการเดินทางดังกล่าวไม่ครบรอบโลก

อลัน ชีพาร์ด นักบินอวกาศคนแรกของสหรัฐอเมริกา
(ต่อมาได้เป็น หัวหน้านักบินอวกาศของภารกิจ อพอลโล 14 และเป็นคนที่ 5 ในประวัติศาสตร์ที่เดินลงบนดวงจันทร์)

ที่มา http://www.usna.edu/Admissions/Notables/Astronauts/shepard/shepard.htm

ต่อมาในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 1962 จอห์น เกลนเป็นนักบินอวกาศคนแรกของสหรัฐอเมริกาที่โคจรในอวกาศรอบโลกโดยยานอวกาศเมอร์คิวรี 6 (เฟรนด์ชิป 7)

จอห์น เกลน ขณะหย่อนตัวลงในยานเฟรนด์ชิป 7
ที่มา http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Friendship_7_(big).jpg

แข่งขันไปดวงจันทร์
หนึ่งเดือนหลังจากสหภาพโซเวียตประสบผลสำเร็จส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศและเดินทางรอบโลก ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ของสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวต่อสภา คองเกรส เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 1961 ว่า "ภายในทศวรรษนี้ สหรัฐอเมริกาจะส่งนักบินอวกาศไปลงบนดวงจันทร์และเดินทางกลับสู่โลกอย่างปลอดภัย"

ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้
ที่มา http://www.nasa.gov/vision/space/features/jfk_speech.html

ในช่วงปีค.ศ. 1958 – 1966 ทั้งสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกาต่างก็ส่งยานไร้นักบินอวกาศไปยังดวงจันทร์เป็นจำนวนมาก โดยสหรัฐอเมริกาส่งไป 18 ครั้ง ในขณะที่สหภาพโซเวียตส่งถึง 22 ครั้ง โดยส่วนใหญ่เป็นภารกิจที่ล้มเหลว ยาน LU-2 ของสหภาพโซเวียต ร่อนลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จเป็นลำแรก เมื่อวันที่ 12 กันยายน 1958 จากนั้นเป็นเวลาเกือบ 3 ปีที่สหรัฐอเมริกาจะประสบความสำเร็จนำยาน Ranger 4 ร่อนลงบนดวงจันทร์ได้ (23 เมษายน 1962)

นักบินอวกาศของสหรัฐอเมริกาเหยียบดวงจันทร์เป็นคนแรกของโลก
โครงการอพอลโล 11 ได้บรรลุผลตามที่ประธานาธิบดีเคนเนดี้ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ โดยจรวดแซทเทิร์น 5 สร้างโดย NASA’s Marshall Space Flight Center (ซึ่งมีวอร์นบราวน์เป็นผู้อำนวยการ) ได้พานักบินอวกาศ 3 คนขึ้นสู่อวกาศ และในวันที่ 20 กรกฎาคม 1969 นีล อาร์มสตรอง เป็นนักบินอวกาศคนแรกของโลกที่ได้เดินลงบนพื้นดวงจันทร์ ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาประสบความสำเร็จในการนำหน้าสหภาพโซเวียต

นีล อาร์มสตรอง กำลังเดินลงบนดวงจันทร์
ที่มา http://history.nasa.gov/ap11-35ann/kippsphotos/apollo.html

ขณะที่ภารกิจดวงจันทร์ของสหภาพโซเวียตประสบความล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จ ซึ่งทุกภารกิจล้วนแล้วแต่เป็นภารกิจที่ไร้นักบินอวกาศ ทั้งนี้ภารกิจที่สำเร็จจะเป็นการเก็บตัวอย่างเพื่อนำกลับมายังโลก หรือไม่ก็เป็นภารกิจทดสอบรถโรเวอร์วิ่งบนดวงจันทร์

ความสำเร็จของสหรัฐอเมริกา ?
ถ้าดูจากข้อมูลที่เราได้รับทราบ (ส่วนมากจะได้มาจากแหล่งข้อมูลของสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ข้อมูลของอดีตสหภาพโซเวียตนั้นเราได้รับทราบไม่มากนัก) ดูเสมือนว่าสหรัฐอเมริกานั้นมีโอกาสและเกือบที่จะถูกจดจำว่าเป็นผู้บุกเบิกอวกาศเป็นเจ้าแรกของโลก ถ้าสหภาพโซเวียตไม่ยิงดาวเทียมสปุคนิคเสียก่อน

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วสหรัฐอเมริกาก็ได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นผู้นำทางด้านอวกาศตั้งแต่โครงการอพอลโลมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี งบประมาณ และบุคลากร แต่สิ่งหนึ่งที่เราอาจจะมีคำถามในใจของเรา "เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าวนั้นมีรากฐานของการพัฒนาเทคโนโลยีมาจากสหรัฐอเมริกาเองเท่านั้นหรือ ?"

เอกสารอ้างอิง
    [1] Winchester, J.,Space Missions: From Sputnik to SpaceShip One The History of Space Flight, Thunder Bay Press, 2006.
    [2] Cheers, G., Historica, Millennium House, 2006.
    [3] Dick, S.J., America in Space: NASA’s First 50 Years, ABRAMS, 2007.
    [4] Bizony, P., Space 50, Smithsonian book, 2006.
    [5] http://www.history.nasa.gov/
    [6] http://en.wikipedia.org/wiki/

แก้ไขล่าสุด 1 ตุลาคม 2551

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: [email protected]