ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ศูนย์รวมความรู้

    ศูนย์รวมความรู้

โดย เชาวลิต ธรรมวิริยะกุล
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร 51 ถนนเชื่อมสัมพันธ์ เขตหนองจอก กรุงเทพ 10530
โทร 02-988-3655, 02-988-3666 โทรสาร 02-988-4040 E-mail: [email protected]


สถานีดาวเทียมภาคพื้นมีได้หลายแบบทั้งที่เป็นสถานีขนาดใหญ่และสถานีขนาดเล็กยกตัวอย่างเช่น สถานีรับสัญญาณเคเบิล TV ของ UBC ในประเทศไทยเป็นสถานีขนาดเล็กที่ทำหน้าที่รับสัญญาณอย่างเดียว ไม่มีการส่งสัญญาณกลับไปยังตัวดาวเทียม สามารถพบเห็นได้ตามบ้านเรือนทั่วไป ส่วนสถานีขนาดใหญ่ก็ได้แก่สถานีส่งTV ที่มีจานสายอากาศขนาดใหญ่ หรือ สถานีควบคุมดาวเทียมไทยคมที่ตั้งอยู่ ณ จังหวัดนนทบุรี นอกจากนี้แล้วก็ยังมีสถานีที่สามารถเคลื่อนที่ได้ เช่น รถถ่ายทอดสดของโทรทัศน์ช่องต่างๆ โทรศัพท์มือถือผ่านดาวเทียม เรือเดินสมุทร เครื่องรับ GPS ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของสถานีที่สามารถเคลื่อนที่ได้

โดยทั่วไปแล้วสถาณีภาคพื้นดินมักจะประกอบไปด้วยโครงสร้างหลักๆที่คล้ายคัน กล่าวคือ ประกอบไปด้วย

  • สายอากาศ
  • เครื่องขยายสัญญาณที่มีสัญญาณรบกวนต่ำ (LNB,LNA)
  • สายส่งสัญญาณ เช่นท่อนำคลื่น(wave guide)
  • เครื่องแปลงความถี่ให้ต่ำลง (ส่วนใหญ่มักจะอยู่รวมกันที่สายอากาศรับ)
  • เครื่องรับสัญญาณ
  • โมเด็มดาวเทียม (Satellite Modem)
  • เครื่องส่ง
  • วงจรขยายกำลัง
รูปที่ 1 แสดงโครงสร้างโดยทั่วไปของสถานีดาวเทียม

ช่วงความถี่ที่ใช้งาน
เนื่องจากมีดาวเทียมเป็นจำนวนมากอยู่ในอวกาศ จึงจำเป็นต้องมีหน่วยงานกลางคอยจัดดูแลการใช้งานความถี่ที่สำหรับการสื่อสาร รวมทั้งความถี่ที่ใช้สื่อสารกับดาวเทียม ช่วงความถี่ที่ใช้งานกับดาวเทียมสามารถแบ่งเป็นช่าวงต่างๆได้ดังตาราง

ช่วงความถี่ (GHz)
Band
การใช้งาน
0.39 - 1.55
L
MSS
1.55 - 5.2
S
FSS & BSS
3.9 - 6.2
C
FSS
5.2 - 10.9
X
Military
10.9 - 36.0
K
FSS & BSS
15.35 - 17.25
Ku
FSS & BSS
18.3 - 31.0
Ka
FSS

สายอากาศ
สายอากาศเป็นอุปกรณ์หลักที่สำคัญมากสำหรับสถานีดาวเทียม โดยทั่วไปมักจะมีขนาดใหญ่เห็นเด่นชัดจากภายนอก มีทั้งที่เป็นจานดาวเทียมและแบบอื่นๆ เช่น Yagi Helix Dipole และ monopole สายอากาศแบบจานจะพบเห็นได้งายกว่า เพราะมีกำลังการขยายสัญญาณรับที่สูง

สายอากาศแบบ Isotropic จะมีการแพร่กระจายคลื่นออกไปทุกทิศทางเท่ากัน แต่สายอากาศแบบจาน จะสะท้อนและรวมทิศทางการกระจายคลื่นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ความเข็มของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่อหน่วยพื้นที่มีค่ามากขึ้น ในทิศทางที่ต้องการ ทำให้จานสายอากาศมีการขยายกำลังได้มากกว่าสายอากาศแบบ Isotropic หรือกล่าวได้ว่าสายอากาศมีอัตราขยาย ซึ่งจะมีหน่วยเป็น dBi ( iหมายถึง Isotropic antenna )

วงจรขยายกำลัง
เนื่องจากดาวเทียมอยู่ห่างจากโลกมาก จึงจำเป็นต้องงมีการขยายกำลังส่ง ให้มีค่ามากพอจึงต้องใช้วงจรขยายกำลัง วงจรขยายกำลังที่ใช้สำหรับดาวเทียมมีหลายชนิดคือ
  • Solid State Power Amplifier (SSA)
  • TWTA
  • หลอด Klystron
  • Magnetron
การติดต่อสื่อสารกับดาวเทียม
เทคนิคการติดต่อสื่อสารกับดาวเทียมมีหลายแบบ มีมักใช้งานกันทั่วไปคือ TDMA FDMA และ CDMA ซึ่งก็คือการติดต่อกับดาวเทียมโดย แบ่งช่วงเวลาติดต่อกับดาวเทียมไม่ให้มีการส่งพร้อมกัน หรือ แบ่งช่วงความถี่ไม่ให้ใช้ตรงกัน และ ใช้รหัสที่มีคุณสมบัติพิเศษผสมลงไปในสัญญาณแล้วส่งไปที่เวลาและความถี่เดียวกันได้ ตามลำดับ

โดยสรุปแล้วสัญญาณที่จะรับได้จะต้องมีความแรงพอ เมื่อเทียบกับสัญญาณรบกวน ซึ่งตัวที่มีผลต่อค่านี้ก็คือค่าอัตราขยายของสายอากาศและสัญญาณรบกวน ทั้งที่เครื่องรับกำเนิดขึ้นและจากภายนอก ซึ่งก็คือค่า G/T ของสถานีดาวเทียมนั่นเอง

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: [email protected]