ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ศูนย์รวมความรู้

    ศูนย์รวมความรู้

โดย สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร 51 ถนนเชื่อมสัมพันธ์ เขตหนองจอก กรุงเทพ 10530
โทร 02-988-3655, 02-988-3666 โทรสาร 02-988-4040 E-mail: [email protected]


จากบทความเรื่อง ดวงอาทิตย์ ปริศนาที่รอวันไข ตอนที่ 1 ได้กล่าวถึงจุดมืดบนดวงอาทิตย์ ซึ่งเกิดจากความเร็วในการหมุนรอบตัวเอง ของดวงอาทิตย์ในแต่ละรอบมีค่าไม่เท่ากัน ส่งผลให้เส้นแรงแม่เหล็กรอบดวงอาทิตย์เกิดการพันกัน จนทำให้บริเวณหนึ่งๆ มีค่าความหนาแน่นของสนามแม่เหล็กสูงมาก ซึ่งส่งผลให้ความเข้มของสนามแม่เหล็กในบริเวณดังกล่าวสูงตามไปด้วย ผลที่ตามมาคือสนามแม่เหล็กความเข้มสูงจะขวางการไหลเวียนของก๊าซความร้อน ณ บริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดเป็นจุดมืดดำบนดวงอาทิตย์ ซึ่งจุดดับเหล่านี้มีอุณหภูมิต่ำกว่าพื้นผิวดวงอาทิตย์

จุดมืดบนดวงอาทิตย์และภาพขยาย

ในปี 1843 ซามูเอล ไฮน์ริช ชวาเบอ นักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวเยอรมัน ได้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของจำนวนจุดมืดจากจำนวนต่ำสุดเป็นจำนวนสูงสุดและลดลงอีกครั้ง โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีลักษณะเป็นวัฏจักร โดยมีคาบเวลาเฉลี่ยประมาณ 11 ปี

คำถามที่นักวิทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบว่า ทำไมต้องเป็น 11 ปี? ซึ่งคำถามดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นความฝันของนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามทำความเข้าใจในเรื่องของวัฏจักรจุดมืด

คำอธิบายเบื้องต้นที่นักวิทยาศาสตร์สุริยะได้นำเสนอก็คือการเปลี่ยนแปลงของจำนวนจุดมืดจากต่ำสุดเป็นสูงสุดและลดลงอีกครั้ง โดยใช้เวลา 8 ถึง 15 ปี หรือมีค่าเฉลี่ย 11.1 ปี และเมื่อเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์แล้ว พบว่าขั้วสนามแม่ เหล็กหลักของดวงอาทิตย์จะสลับขั้ว (ขั้วเหนือเป็นขั้วใต้ และขั้วใต้เป็นขั้วเหนือ) ทุกๆ 11 ปี !!!! ซึ่งหมายความว่าจะต้องใช้เวลาอีก 11 ปี ที่ขั้วหลักของสนามแม่เหล็กจะสลับกลับมาสู่ขั้วเดิมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ยังคงเป็นปริศนาอยู่

คู่ของจุดมืดบนดวงอาทิตย์จะเชื่อมต่อกันด้วยเส้นแรงแม่เหล็ก และขั้วเส้นแรงแม่เหล็ฏของคู่จุดมืดในซีกเหนือ
จะเรียงตัวในทิศทางตรงกันข้ามกับขั้วเส้นแรงแม่เหล็ฏของคู่จุดมืดในซีกใต้

นอกจากนี้ ในปี 1919 ยอร์ช เอลลี เฮล นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน และทีมงานของเขา ได้ค้นพบว่า จุดมืดจะปรากฏขึ้นเป็นคู่ๆ และเรียงตัวในทิศทางที่ขนานกับเส้นศูนย์สูตรของดวงอาทิตย์ และที่น่าประหลาดใจได้แก่ ทุกคู่ของจุดมืดในซีกเหนือเส้นศูนย์สูตรของดวงอาทิตย์ จะมีขั้วของเส้นแรงแม่เหล็กที่ปรากฏขึ้นที่คู่จุดมืดและจะเรียงตัวในทิศทางเดียวกัน และในขณะที่ขั้วของเส้นแรงแม่เหล็กทุกคู่ของจุดมืดในซีกใต้เส้นศูนย์สูตรจะเรียงตัวไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับคู่ที่ปรากฏในซีกเหนือเส้นศูนย์สูตร

เอกสารอ้างอิง
    [1] Suplee, C, “The SUN, living with the stormy star”, National Geographic, July, 2004.
    [2] Sparrow, G., The Solar System "Exploring the Planets and Their Moons from Mercury to Pluto and Beyond", Thunder Bay Press, 2006.
    [3] Universal Solar,“Our Home in Space”, National Geographic, 2006.

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: [email protected]