ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ข่าวอวกาศ

    การแข่งขันด้านอวกาศในเอเชีย


หลังจากที่ได้มีการเตรียมการในระยะหนึ่ง เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา ณ ฐานปล่อยจรวดซีชัง (Xichang Satellite Launch Center) มณฑลเสฉวน (Sichuan) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ก็ได้ฤกษ์ส่งดาวเทียมสำรวจดวงแรกของประเทศที่ชื่อว่า ?ฉางเอ๋อ 1? (Chang'e-1) เพื่อไปสำรวจดวงจันทร์ (ฉางเอ๋อเป็นเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ในเทพนิยายของจีน)



โดยฉางเอ๋อ 1 ได้มีการติดตั้งกล้องที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย และเครื่องสเปกโทรมิเตอร์รังสีเอกซ์ เพื่อปฏิบัติภารกิจหลักให้บรรลุผลทางวิทยาศาสตร์ 4 ประการได้แก่ 1) สำรวจพื้นผิวของดวงจันทร์จากการถ่ายภาพสามมิติ 2) วิเคราะห์ความอุดมสมบูรณ์และการกระจายตัวขององค์ประกอบมูลฐานหรือธาตุต่างๆ ของผิวดวงจันทร์ 3) สำรวจคุณลักษณะชั้นดินชั้นหิน และ 4) สำรวจสภาวะแวดล้อมทั่วๆ ไปของดวงจันทร์


ดาวเทียมฉางเอ๋อ 1


ภารกิจนี้ถือว่าเป็นภารกิจหลักใน ?ช่วงเวลาที่ 1? ที่จีนได้วางแผนไว้ในโครงการสำรวจดวงจันทร์ ซึ่งประกอบด้วยภารกิจ 3 ช่วงเวลาคือ

ช่วงเวลาที่ 1 การโคจรรอบดวงจันทร์
ช่วงเวลาที่ 2 ส่งยานไร้มนุษย์ร่อนลงบนดวงจันทร์ (คาดว่าประมาณปี 2553-2555)
ช่วงเวลาที่ 3 การนำเอาตัวอย่างดินและหินจากดวงจันทร์ กลับมาวิเคราะห์ (คาดว่าประมาณปี 2558)

สำหรับภารกิจช่วงเวลาที่ 1 นี้ การที่จะส่งดาวเทียมฉางเอ๋อ 1 ให้ประสบความสำเร็จ ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบและความแม่นยำในการควบคุมขั้นตอนต่างๆสูงมาก เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการล้มเหลวเป็นร้อยๆ กรณี ตัวอย่างเช่น ในระหว่างที่ดาวเทียมกำลังจะเข้าสู่วงโคจรถ่ายโอนจะต้องทำให้ดาวเทียมหยุดในตำแหน่งที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นดาวเทียมก็จะโคจรเลยดวงจันทร์ไป

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2550 องค์การอวกาศแห่งชาติของจีนได้ประกาศว่าดาวเทียมฉางเอ๋อ 1 ได้ส่งภาพถ่ายพื้นผิวดวงจันทร์ภาพแรกมายังโลกแล้ว โดยมีนายกรัฐมนตรีเหวินเจียเป่าเป็นผู้ทำพิธีเปิดภาพถ่ายดังกล่าว ซึ่งเป็นการยืนยันความสำเร็จของโครงการสำรวจดวงจันทร์ของจีน โดยภาพถ่ายพื้นผิวดวงจันทร์ภาพนี้ ได้ถูกถ่ายด้วยกล้องซีซีดีสามมิติจากวงโคจรที่สูงจากพื้นผิวดวงจันทร์ 200 กิโลเมตร ซึ่งความแตกต่างของภาพสามมิตินี้จะสามารถทำให้เห็นถึงส่วนที่เว้าและส่วนที่นูนได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น และหลังจากวันนี้ไปฉางเอ๋อ 1 จะมีการส่งภาพถ่ายกลับมาเป็นระยะๆ



ฉางเอ๋อ 1 ได้ถูกออกแบบมาให้มีอายุการทำงาน 1 ปี ตามระยะเวลาที่ปริมาณเชื้อเพลิงของดาวเทียมจะถูกใช้งานจนหมดลง และเมื่อเชื้อเพลงในตัวดาวเทียมหมดลง ฉางเอ๋อ 1 ก็จะตกลงบนพื้นผิวของดวงจันทร์

โครงการอวกาศของจีนได้เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 และจีนก็ได้ทุ่มเงินไปแล้วหลายร้อยล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ได้ส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2546 ซึ่งเป็นชาติที่ 3 ต่อจากสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกา และจากนั้นในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2548 จีนก็ได้ส่งนักบินอวกาศสองคนขึ้นสู่อวกาศ อนึ่งจากโครงการอวกาศที่ทำอยู่นี้ จีนหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะกลายเป็นชาติที่ 17 ที่เข้าร่วมโครงการสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station: ISS) ซึ่งเป็น โครงการที่เกิดจากความร่วมมือของ 16 ประเทศได้แก่ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย บราซิล ญี่ปุ่น แคนาดา เบลเยี่ยม เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี นอร์เวย์ สเปน เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และ สวีเดน เพื่อการทดลองประยุกต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และเทคโนโลยี อาทิเช่น การศึกษาการทำงานของร่างกายมนุษย์ภายใต้สภาพไร้แรงโน้มถ่วงในระยะยาว


ดาวเทียมคางูยะ


ก่อนที่จีนจะส่งฉางเอ๋อ 1 ขึ้นสู่อวกาศ เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ส่งดาวเทียม ?คางูยะ? (Kaguya) เข้าสู่วงโคจรและเริ่มภารกิจสำรวจพื้นผิวและจัดทำแผนที่ของดวงจันทร์แล้ว โดยดาวเทียมคางูยะจะใช้เวลานาน 1 ปีเช่นกัน โครงการนี้ทางญี่ปุ่นอ้างว่าเป็นโครงการสำรวจดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาเริ่มโครงการส่งยานอพอลโลไปลงดวงจันทร์เมื่อเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันอินเดียก็มีแผนจะส่งดาวเทียมสำรวจดวงจันทร์ในไม่ช้านี้แล้ว เราลองมาเดากันว่าจะเป็นเมื่อไร ?? และเป็นไปได้ที่จะไม่เกินกลางปีหน้า ดูเหมือนว่าเป็นการแข่งขันของประเทศแถบเอเชียเกี่ยวกับการพัฒนาทางด้านอวกาศที่ดุเดือดมาก แต่สิ่งที่เราเห็นตรงกันคือ มันเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญและมีผลต่อโลกเลยทีเดียว โปรดติดตามครับ

เอกสารอ้างอิง

ข่าววันที่ 12 พฤศจิกายน 2550

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: [email protected]