ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 

หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ข่าวอวกาศ

    กิจการอวกาศยุโรปกับภารกิจของโคลัมบัส


ข่าวล่ามาแรงเกี่ยวกับอวกาศในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นข่าวเกี่ยวกับ "โคลัมบัส"(Columbus) ที่ถูก "หอบหิ้ว" ขึ้นไปกับกระสวยอวกาศแอตแลนติส (Atlantis) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐฯ (นาซา) ในเที่ยวบิน STS-122 ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี้ (Kennedy Space Center) มลรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นภารกิจทางอวกาศที่สำคัญต่อยุโรปเป็นอย่างมาก ภารกิจครั้งนี้ใช้นักบินอวกาศทั้งหมด 7 นาย ดังรูปที่ 1 โดยแถวหลังนับจากซ้าย คือ สตีเฟน ฟริค (Stephen Frick) เป็นผู้บังคับการบิน, ลีโอโปลด์ เออาร์ต (Leopold Eyharts), อลัน พอยน์เดกซ์เตอร์ (Alan Poindexter), ลีแลนด์ เมลวิน (Leland Melvin) แถวหน้านับจากซ้าย คือ เรกซ์ วาลเฮม (Rex Walheim), สแตนลีย์ เลิฟ (Stanley Love), ฮานส์ ชเลเกิล (Hans Schlegel) เมื่อภารกิจนี้เสร็จสิ้น ลีโอโปลด์ เออาร์ต จะยังประจำอยู่ที่สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station: ISS) ต่อไปอีก 3 เดือน เพื่อปฏิบัติงานเกี่ยวกับโคลัมบัสให้เรียบร้อยสมบูรณ์พร้อมกับเริ่มทำการทดลองครั้งแรกที่โคลัมบัส


รูปที่ 1 นักบินอวกาศกระสวยอวกาศแอตแลนติส


แล้วเจ้าโคลัมบัสคืออะไรกันหนอ?
โคลัมบัสถ้าให้เรียกกันเต็มๆ จะเรียกว่า ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์โคลัมบัส (Columbus science laboratory) ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการที่เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มประเทศยุโรปในนามองค์การอวกาศยุโรป หรืออีซา (European Space Agency: ESA) ซึ่งใช้เวลาสร้างนานร่วม 23 ปี มูลค่าประมาณเกือบ 6 หมื่นล้านบาท และนับเป็นห้องปฏิบัติการบนสถานีอวกาศนานาชาติห้องแรกที่ไม่ใช่ของมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ หรือรัสเซีย ห้องปฏิบัติการนี้ถูกใช้สำหรับการทดลองที่เกี่ยวกับชีวภาพ การแพทย์ วัสดุศาสตร์ และของเหลวต่างๆ ในสภาวะไร้แรงดึงดูด


รูปที่ 2 โครงสร้างห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์โคลัมบัส


ห้องปฏิบัติการโคลัมบัสมีรูปร่างป็นทรงกระบอก ความยาว 6.8 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5 เมตร หนัก 12.8 ตัน โดยถูกออกแบบให้มีพื้นที่ทำงานสำหรับ 3 คน อุณหภูมิภายในประมาณ 16-27 องศาเซลเซียส ใช้กำลังงานไฟฟ้า 20 กิโลวัตต์ (ดังแสดงในรูปที่ 2 ซึ่งแสดงภาพโครงสร้างแต่ละส่วนจากภายในสู่ภายนอก จนเป็นห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์โคลัมบัสในที่สุด)


รูปที่ 3 ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์โคลัมบัส


โคลัมบัสเป็นห้องปฏิบัติการที่สร้างโดยอีซา ซึ่งถือได้ว่ายุโรปได้เข้ามามีส่วนร่วมสำคัญในการพัฒนาการวิจัยต่างๆ บนสถานีอวกาศนานาชาติ

โคลัมบัสประกอบด้วยส่วนของอุปกรณ์ภายใน 5 ส่วน และอุปกรณ์เพื่อการทดลองภายนอกอีก 2 ส่วน โดยโคลัมบัสถูกปล่อยออกสู่วงจรโคจรจากห้องบรรทุกสัมภาระของกระสวยอวกาศแอตแลนติสดังรูปที่ 4


รูปที่ 4 ห้องปฏิบัติการโคลัมบัสในกระสวยอวกาศแอตแลนติส


ส่วนประกอบภายในโคลัมบัส 5 ส่วนดังกล่าว มีชื่อเรียกว่า Biolab (ส่วนเกี่ยวกับชีวภาพ), Fluid Science Laboratory (ส่วนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ของเหลวและของไหล), European Physiology Modules (ส่วนเกี่ยว กับกายภาพหรือสรีรศาสตร์), European Drawer Rack (ส่วนเกี่ยวกับการจัดเก็บ) และ European Transport Carrier (ส่วนเกี่ยวกับการขนส่ง)

ภารกิจนี้จำเป็นต้องมี "Spacewalk"?ทำไม??
Spacewalk คือ ภารกิจหรือปฏิบัติการภายนอกยานอวกาศโดยนักบินอวกาศ ซึ่งถือได้ว่าเป็นภารกิจที่ค่อนข้างอันตรายมาก แต่เที่ยวบิน STS-122 จำเป็นที่จะต้องติดตั้งอุปกรณ์เพื่อการทดลองภายนอกสถานีอวกาศนานาชาติอีก 2 ส่วน ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยมีชื่อเรียกว่า Solar Observatory (ส่วนเกี่ยวกับการสังเกตุการณ์สุริยะ) และ European Technology Exposure Facility (ส่วนเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางแสง) ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ต้องอาศัยการติดตั้งโดยนักบินอวกาศเท่านั้น

นักบินอวกาศจะดำเนินการติดตั้งห้องปฏิบัติการโคลัมบัสเชื่อมต่อกับห้องปฎิบัติการเดสทินี (Destiny) ของสหรัฐที่ถูกติดตั้งอยู่บนสถานีอวกาศเมื่อ 7 ปีก่อนหน้านี้ นอกจากนี้เมื่อปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้วกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี (Discovery) ได้นำโหนดฮาร์โมนี (Harmony Node) ขึ้นไปติดตั้งบนสถานีอวกาศเพื่อรองรับห้องปฏิบัติการโคลัมบัสไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับศูนย์กลางการควบคุมภาคพื้นดินของห้องทดลองโคลัมบัสอยู่ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

ภารกิจนี้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 โดยกระสวยอวกาศแอตแลนติส ได้กลับสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัย ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี มลรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหลังจากนั้นเพียง 1 วันกระทรวงกลาโหมสหรัฐก็ดำเนินการยิงขีปนาวุธขึ้นไปทำลายดาวเทียมจารกรรม USA-193 ที่ชำรุดกลางชั้นบรรยากาศ ดังที่จะเสนอในข่าวต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เที่ยวบิน STS-123 กับภารกิจครั้งที่ 25 สำหรับสถานีอวกาศนานาชาติ

เอกสารอ้างอิง

ข่าววันที่ 15 มีนาคม 2551

กลับไปด้านบน


copyright © 2008 สำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6879 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: space@mict.go.th