ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ข่าวอวกาศ

    ภารกิจกระสวยอวกาศเที่ยวบิน STS-125


ภาพสัญลักษณ์ของปฏิบัติการณ์ STS-125
ภารกิจการซ่อมแซมและติดตั้งอุปกรณ์ครั้งที่4 สำหรับกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล

ภารกิจของกระสวยอวกาศเที่ยวบิน STS-125 จะเป็นการติดตั้งปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล โดยจะเป็น
ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะกระสวยอวกาศแอตแลนติสจะถูกปลดระวางในปี ค.ศ.2010 (พ.ศ.2553)



เที่ยวบิน STS-125 มีกำหนดการเดินทางในวันที่ 8 ตุลาคม 2551 โดยจะปฏิบัติภารกิจทั้งสิ้นเป็นเวลา 11 วัน โดยเป็นปฏิบัติการเดินอวกาศ 5 ครั้ง (ปฏิบัติภารกิจโดยนักบินอวกาศภายนอกกระสวยอวกาศ) ซึ่งนักบินอวกาศของกระสวยอวกาศแอตแลนติสจะทำการซ่อมแซมติดตั้งและปรับปรุงกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เราสามารถใช้งานกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลได้อีกอย่างน้อย 5 ปี หรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ในอนาคต กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลจะถูกแทนด้วยกล้องโทรทรรศน์เจมส์เวบบ์ ซึ่งมีขีดความสามารถสูงกว่ากล้องฮับเบิลมาก แต่กล้องโทรทรรศน์เจมส์เวบบ์จะถูกใช้ในการสำรวจอวกาศโดยใช้คลื่นสัญญาณวิทยุในช่วงอินฟราเรดเท่านั้น และไม่สามารถทดแทนความสามารถในการสังเกตการณ์ในย่านสเปกตรัมที่ตามองเห็นและย่านอัลตราไวโอเลตของฮับเบิลได้

ลูกเรือเที่ยวบิน STS-125

เที่ยวบิน STS-125 จะมีลูกเรือทั้งหมด 7 คนดังในภาพประกอบด้วย ไมเคิล เจ. มาสซิมิโน่ และไมเคิล ที. กู๊ด ซึ่งเป็น 2 ผู้เชี่ยวชาญพิเศษประจำภารกิจ เกโกรี่ ซี. จอห์นสัน ทำหน้าที่นักบินประจำเครื่อง สก๊อต ดี. อัลแมน ผู้บังคับการบิน เค. เมแกน แมคอาเธอร์ จอห์น เอ็ม. กรันส์เฟลด์(เคยปฎิบัติภาระกิจเกี่ยวกับฮับเบิลมาแล้ว) และ แอนดูร เจ. ฟอร์เทล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษประจำภารกิจ โดยนักบินอวกาศที่จะทำการเดินอวกาศ คือ แอนดูร เจ. ฟอร์เทล

แอนดูร เจ. ฟอร์เทล ขณะทำการซ้อมการติดตั้งอุปกรณ์ภายใต้น้ำในสถานีฝึกซ้อมของนาซา

ภาพขณะเจ้าหน้าที่กำลังเตรียมห้องเก็บสัมภาระของกระสวยอวกาศแอตแลนติสที่จะใช้ขนกล้อง
อุปกรณ์และแบตเตอรี่ที่ใช้ซ่อมแซมและติดตั้งให้กับฮับเบิล

ภารกิจเที่ยวบิน STS-125 แบ่งเป็น 3 ภารกิจหลัก ได้แก่

1. การซ่อมบำรุงชุดสเปกโตกราฟของกล้องโทรทรรศน์ (Space Telescope Imaging Spectrograph : STIS) โดยนักบินอวกาศได้ติดตั้งกล้องนี้เมื่อปี 1997 ซึ่งชุดสเปกโตกราฟนี้ทำหน้าที่ในการแยกองค์ประกอบสีของแสงหรือความยาวคลื่น โดยใช้คุณสมบัติทางเคมี ได้แก่อุณหภูมิ การเคลื่อนที่ของดาว และก๊าซ ทั้งนี้หลังจากใช้งานมาเป็นเวลายาวนาน แหล่งจ่ายพลังงานได้ล้มเหลวลงในปี 2004 โดยภารกิจนี้จะเป็นการเปลี่ยนแบตเตอร์รี่และแผงวงจรควบคุมใหม่

2. การซ่อมบำรุงกล้องสำรวจชั้นสูง (Advanced Camera for Surveys : ACS) ซึ่งติดตั้งเมื่อภารกิจซ่อมบำรุงครั้งที่ 3B ในปี2002 โดยกล้อง ACS เป็นกล้องที่มีความสามารถหลายอย่างจนทำให้มันกลายเป็นเครื่องมือหลักของกล้องฮับเบิลไปอย่างรวดเร็ว ข้อได้เปรียบของกล้อง ACS เหนือเครื่องมืออื่นๆ ได้แก่ กล้อง ACS สามารถเคลื่อนที่ได้ตามแกนสามแกนอิสระ และตรวจจับคลื่นย่านอัลตราไวโอเลตจนถึงอินฟราเรด นอกจากนี้ กล้อง ACS มีพื้นที่สำรวจกว้าง ทำให้กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลมีประสิทธิภาพในการค้นหาเพิ่มขึ้นสิบเท่า

นอกจากนี้ กล้อง ACS ยังมีฟิลเตอร์เป็นจำนวนมาก และมีความสามารถในการป้องกันแสงความเข้มสูงจากดาวฤกษ์ การวัดโพลาไรเซชันของแสง และการเลือกแสงในช่วงความยาวคลื่นที่ต้องการ การที่กล้อง ACS มีความไวต่อแสงสูงมากทำให้นักดาราศาสตร์สามารถถ่ายภาพจักรวาลอันไกลโพ้นอย่างภาพสนามลึกมากฮับเบิล (Hubble Ultra Deep Field) ได้และสามารถถ่ายภาพปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ได้ตั้งแต่ดาวหางในระบบสุริยะของเราไปจนถึงควอซาร์ที่ไกลที่สุดเท่าที่มนุษย์ค้นพบ

อย่างไรก็ตาม วงจรอิเล็กทรอนิกส์หลักของกล้อง ACS ก็เสียเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2006 และระบบจ่ายพลังงานของวงจรสำรองก็เสียเมื่อวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 2007 ทำให้กล้อง ACS สามารถถ่ายภาพผ่านช่อง Solar Blind เท่านั้น แต่ไม่สามารถถ่ายภาพคลื่นที่ตามองเห็นหรือคลื่นอัลตราไวโอเลตได้

โดยปกติกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลต้องใช้ไจโรสโคปสามตัวเพื่อทรงตัวในวงโคจรและเพื่อเล็งไปยังเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ แต่การใช้ไจโรสโคปสองตัวนั้นสามารถทำได้ แต่ก็จะทำให้พื้นที่ที่มองเห็นถูกจำกัดลงไปและการสังเกตการณ์ที่ต้องการความเที่ยงตรงสูงมากก็จะทำได้ลำบาก ใน ค.ศ. 2005 นาซาตัดสินใจใช้ไจโรสโคปเพียงสองตัวเพื่อที่จะยืดอายุของกล้อง ทำให้กล้องฮับเบิลใช้ไจโรสโคปเพียงสองตัวและมีไจโรสโคปสำรองอีกสองตัว จากการประมาณความเสียหายพบว่ากล้องฮับเบิลอาจจะเหลือไจโรสโคปที่ทำงานได้เพียงตัวเดียวภายในปี 2008 และนั่นก็จะทำให้กล้องฮับเบิลอยู่ในสภาพใช้งานไม่ได้

นอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับไจโรสโคปแล้ว กล้องฮับเบิลจะต้องได้รับการเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ ภารกิจซ่อมบำรุงที่ใช้หุ่นยนต์อาจยากเกินไปเพราะมันจะต้องรับภาระหลายอย่าง และหากเกิดความผิดพลาดขึ้น กล้องฮับเบิลก็อาจจะเสียหายอย่างถาวร

3. การติดตั้งกล้องถ่ายภาพรุ่นที่ 3 และ เปลี่ยนไจโรสโคป (อุปกรณ์วัดการทรงตัว แกน x, y, z) ทั้งหมด และ ติดตั้งแบตเตอร์รี่ใหม่ โดยกล้องถ่ายภาพรุ่นที่ 3 (Wide Field Camera 3) เป็นกล้องที่จะถูกนำไปติดตั้งบนกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลในวันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 2008 ใช้สำหรับถ่ายภาพในย่านความยาวคลื่นที่ตามองเห็น โดยจะเป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยที่สุดที่ใช้ถ่ายภาพในย่านความยาวคลื่นที่ตามองเห็นของกล้องฮับเบิลและเป็นอุปกรณ์ตัวสุดท้ายของกล้องฮับเบิล โดยกล้องถ่ายภาพรุ่นที่ 3 นี้มีอุปกรณ์ถ่ายเทประจุ (CCD) ที่ใช้ถ่ายภาพในย่านความยาวคลื่นที่ตามองเห็นและย่านอัลตราไวโอเลต จำนวน 2 ตัว ขนาด 2048 x 4096 พิกเซล และมีอุปกรณ์ถ่ายเทประจุที่ใช้ถ่ายภาพในย่านความยาวคลื่นอินฟราเรด (ความยาวคลื่นไม่เกิน 1,700 นาโนเมตร) 1 ตัว ขนาด 1024 x 1024 พิกเซล

ข้อมูลเพิ่มเติม
ฮับเบิลได้ถูกนำส่งขึ้นไปสู่อวกาศโดยกระสวยอวกาศดิสคัฟเวรีในปี ค.ศ.1990(พ.ศ.2533) และปล่อยเข้าสู่วงโคจรเหนือพื้นโลก 350ไมล์(490กิโลเมตร) โดยฮับเบิลโคจรรอบโลกมากกว่า 97,000 รอบ และนักดาราศาตร์มากกว่า 4000 คน ได้เข้าไปใช้ข้อมูล เพื่อศึกษาดวงดาวที่ไม่สามารถมองผ่านชั้นบรรยากาศของโลกได้ กล้องฮับเบิลได้ช่วยให้คำตอบของคำถามที่เป็นกุญแจสำคัญทางวิทยาศาสตร์ และยังให้ภาพที่น่าตื่นเต้นและแปลกใจที่ไม่เคยได้เห็นมากมายให้แก่ชาวโลกได้เห็น การที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลลอยอยู่นอกชั้นบรรยากาศของโลกทำให้มันมีข้อได้เปรียบเหนือกว่ากล้องโทรทรรศน์ที่อยู่บนพื้นโลก นั่นคือภาพไม่ถูกรบกวนจากชั้นบรรยากาศ ไม่มีแสงพื้นหลังท้องฟ้า และสามารถสังเกตการณ์คลื่นอัลตราไวโอเลตได้โดยไม่ถูกรบกวนจากชั้นโอโซนบนโลก ตัวอย่างเช่น ภาพสนามลึกมาก (Ultra Deep Field) ที่ถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล คือภาพถ่ายคลื่นที่ตามองเห็นของวัตถุที่อยู่ไกลที่สุดเท่าที่เคยมีมา

กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

ภาพกาแลคซี่แอนเทน่าที่ถ่ายจากฮับเบิล : Antennae Galaxies/NGC 4038-4039

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข่าววันที่ 02 สิงหาคม 2551

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: [email protected]