ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ข่าวอวกาศ

    "ด้านมืด" ของดวงอาทิตย์


ยานสเตอรีโอ A และ B ทำมุมกัน 90 องศา เมื่อ 24 มกราคม 2009
ที่มา http://www.nasa.gov/images/content/308784main_ST_orbit_800x600.jpg

นักวิจัยของนาซาเปิดเผยว่าในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2011 จะมีเหตุการณ์สำคัญซึ่งจะถ่ายทอดมุมมองของเราที่มีต่อดวงอาทิตย์ รวมไปถึงขบวนการประจุสนามในทางฟิสิกส์สุริยะว่านักวิทยาศาสตร์มีความเข้าใจถูกต้องมากน้อยเพียงใด

ทั้งนี้วันดังกล่าวจะเป็นวันที่ยานสำรวจของนาซาสองลำที่ชื่อว่า สเตอรีโอ (STEREO : Solar TErrestrial RElations Observatory) จะทำมุม 180 องศาซึ่งกันและกัน และยานทั้งสองลำจะถ่ายภาพดวงอาทิตย์ทั้งดวง (ทั้งสองด้าน) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ยานสเตอรีโอ
ที่มา http://science.nasa.gov/headlines/y2009/23jan_darkside.htm

นาซาเปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องปล่อยยานสำรวจสเตอรีโอสองลำให้โคจรอยู่คนละด้านของดวงอาทิตย์ก็เนื่องจากต้องการไขปริศนาประการหนึ่งของดวงอาทิตย์ที่ทำให้นักดาราศาสตร์ไม่เข้าใจและหาข้อสรุปไม่ได้มาร่วมศตวรรษ

ปริศนาดังกล่าวมีอยู่ว่า ณ เวลาหนึ่งๆ นักดาราศาสตร์เหล่านั้นมองเห็นพื้นผิวของดวงอาทิตย์ได้เฉพาะเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น อีกทั้งดวงอาทิตย์จะหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบใช้เวลา 25 วัน ดังนั้นตลอดช่วงเวลาหนึ่งเดือน เราสามารถเห็นดวงอาทิตย์ได้ทั้งดวง แต่อย่างไรก็ตาม ระยะหนึ่งเดือนนี้ไม่เร็วพอที่เราจะเก็บรายละเอียดของปรากฏการณ์ที่เกิดบนดวงอาทิตย์ในแต่ละวันได้ อาทิเช่น

  • การปรากฏขึ้นของจุดมืดที่กระจายออก และกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในแต่ละวัน
  • หลุมโคโรนาที่เปิดออกและปิดลง
  • เส้นแรงแม่เหล็กที่ขึงตรึงและหักออกจากกัน
  • กลุ่มก๊าซความร้อนที่พวยพุ่งเข้าสู่ระบบสุริยะ
ณ เวลาเดียวกัน บนอีกด้านหนึ่งของดวงอาทิตย์ ปรากฏการณ์ข้างต้นที่อาจจะปรากฏขึ้นหรือไม่ปรากฏขึ้นเลยก็ได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจมาก เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ไม่เคยเห็นพร้อมกันทั้งสองด้านในเวลาเดียวกัน

ซึ่งประเด็นดังกล่าว เป็นข้อเท็จจริงที่ทำให้การพยากรณ์สภาพภูมิอวกาศอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ถูกต้อง ตัวอย่างที่อาจจะทำให้เห็นภาพได้ชัดเจน ได้แก่ คำถามที่มีการถามว่า "เราจะคาดการณ์พายุได้อย่างไร ก็ในเมื่อเราไม่เห็นว่าพายุกำลังเคลื่อนเข้ามา" ซึ่งก็เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับในกรณีของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์ โดยนักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถติตตามการเกิดปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์ได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสังเกตุการณ์ได้เพียงด้านเดียว ณ เวลาหนึ่งๆ ดังนั้นภาพทั้งสองด้านที่จะได้จากสเตอรีโอน่าจะช่วยไขปริศนาดวงอาทิตย์ได้ในระดับหนึ่ง

ถึงแม้ว่า การถ่ายภาพทั้งสองด้านพร้อมกันในทิศ 180 องศาจะเกิดอีกในสองปีข้างหน้า แต่ยานสเตอรีโอทั้งสองลำก็ได้ถ่ายภาพในมุมอื่นเพื่อให้นักวิจัยและนักพยากรณ์ได้ข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดหวังจะได้เห็นด้านมืดของดวงอาทิตย์

"ด้านมืดของดวงอาทิตย์" (dark side of the Sun) นักวิทยาศาสตร์หมายถึงอีกด้านหนึ่งของดวงอาทิตย์ที่เราไม่สามารถมองเห็น ณ เวลาที่เราสนใจ ซึ่งในความเป็นจริงนั้น ดวงอาทิตย์ไม่มีด้านมืด ดังนั้นคำว่า "ด้านมืดของดวงอาทิตย์" เปรียบเสมือนคำเรียกที่นักวิทยาศาสตร์ใช้กัน เพื่อให้มีอารมณ์ขบขันเล็กน้อย

ยานสเตอรีโอทั้งสองลำถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศ เมื่อ 25 ตุลาคม 2006 โดยจรวดเดลต้าทู (Delta II) เมื่อถูกปล่อยสู่อวกาศ ยานทั้งสองถูกควบคุมให้มุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ เพื่อใช้แรงดึงดูดของดวงจันทร์และการสั่งการจากสถานีควบคุมบนพื้นโลกจัดการให้ยานทั้งลำเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม

ตำแหน่งปัจจุบันของยานสเตอรีโอ A (สีแดง) และ ยานสเตอรีโอ B (สีเขียว)
เมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์ (สีส้ม) และโลก (สีน้ำเงิน) โดยที่เส้นปะเส้นระยะเชิงมุมจากโลก
ที่มา http://science.nasa.gov/headlines/y2009/23jan_darkside.htm

เนื่องจากทิศทางการหมุนของดวงอาทิตย์ (ตามทิศเข็มนาฬิกาของแผนภาพข้างต้น) นาซาคาดว่ายานสเตอรีโอ B จะสามารถสังเกตการณ์จุดดับและหลุมโคโรนาก่อนที่ตัวยานเองจะเคลื่อนที่มุ่งหน้าเข้าหาโลก ในช่วงปลายปี 2008 ยานสเตอรีโอ B ได้สังเกตุการณ์หลุมโคโรนาที่พ่นลมสุริยะออกมาก่อนยานสำรวจลำอื่นๆ เมื่อลมสุริยะเข้าปะทะกับชั้นบรรยากาศโลกจะก่อให้เกิดออโรลาดังแสดงตามรูป

ภาพออโรลา ที่ถ่ายโดยช่างภาพชื่อ Brian Whittaker จากหน้าต่างของเครื่องบินโดยสาร
ขณะบินผ่านกรีนแลนด์ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2008
ที่มา http://science.nasa.gov/headlines/y2009/23jan_darkside.htm

ทั้งนี้ระบบติดตามวัตถุอวกาศที่อยู่ในห้วงอวกาศอันแสนไกล ที่เรียกว่า DSN (Deep Space Network) นั้นจะทำการดาวน์โหลดข้อมูลจากยานสเตอรีโอเพียงสามชั่วโมงต่อวัน

สายอากาศของระบบ DSN ซึ่งมีสถานีอยู่ 3 แห่งทั่วโลก
ที่มา http://www.ztn.net

แผนภาพของสถานที่ 3 แห่งของ DSN ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย (สหรัฐอเมริกา) มาดริด (สเปน) และแคนเบอร์ร่า (ออสเตรเลีย)
ที่มา http://deepspace.jpl.nasa.gov/dsn/images/album/dsn73.jpg

ยานสเตอรีโอจะส่งข้อมูลกลับมายังโลกด้วยการสื่อสารในย่านความถี่เอ็กซ์ (7.0 GHz ถึง 12.5 GHz) ดังนั้นถ้าใครมีสายอากาศขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตรพร้อมเครื่องรับสัญญาณวิทยุย่านความถี่เอ็กซ์ ก็สามารถรับสัญญาณที่ส่งมาโดยยานสเตอรีโอได้ ทั้งนี้ข้อมูลภาพที่ส่งมาโดยยานสเตอรีโอนั้นถูกส่งด้วยอัตราการส่ง 500 บิทต่อวินาที นั้นหมายถึงว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 5 นาทีที่จะดาวน์โหลดภาพ 1 ภาพได้สมบูรณ์

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข่าววันที่ 22 มกราคม 2552

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: [email protected]