GIS คืออะไร

ระบบสารสนเทศมิศาสตร์ (Geographic Information System) หรือ จีไอเอส (GIS) หมายถึง ระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงพื้นที่กับค่าพิกัดภูมิศาสตร์ และรายละเอียดของพื้นที่นั้นบนพื้นโลกโดยใช้คอมพิวเตอร์ที่ประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์เพื่อการนำเข้า จัดเก็บ ปรับแก้ แปลงวิเคราะห์ข้อมูล และแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบต่างๆ เช่น แผนที่ ภาพสามมิติ สถิติตารางข้อมูลร้อยละ เพื่อช่วยในการวางแผนและตัดสินใจของผู้ใช้ให้มีความถูกต้องแม่นยำ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เป็นระบบที่สามารถบันทึกข้อมูลเพื่อที่จะแสดงสภาพพื้นที่จริง จึงมีการจัดเก็บข้อมูลประเภทต่างๆ เป็นชั้นๆ (layer) ซึ่งชั้นข้อมูลเหล่านี้เมื่อนำมาซ้อนทับกันจะแสดงสภาพพื้นที่จริงได้

รู้จักโปรแกรม Quantum GIS เบื้องต้น

Quantum GIS หรือ QGIS เป็นโปรแกรม Desktop GIS ประเภทหนึ่งที่มีประสิทธิภาพใน การนำมาใช้จัดการข้อมูลปริภูมิจัดอยู่ในกลุ่มซอฟต์แวร์รหัสเปิด (Free and Open Source Software:FOSS) ที่ใช้งานง่าย ลักษณะการใช้งานเป็นแบบ Graphic User Interface ซึ่งสะดวกต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเรียกใช้ข้อมูลภาพ ข้อมูลตาราง การแสดงผลตาราง การแสดงผลกราฟ ตลอดจนสามารถสืบค้นข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอข้อมูลได้ในรูปแบบแผนที่ได้
อีกทั้ง สามารถเรียกใช้ข้อมูลเวกเตอร์แรสเตอร์ในรูปแบบที่เป็นมาตรฐานแพร่หลาย เช่น Shapefile และ GeoTIFF QGIS สามารถแก้ไข Shape File format ได้ซึ่งเป็นที่ต้องการมากในเวลานี้ QGIS พัฒนาบนพื้นฐานของ Qt ที่เป็นไลบรารี่สำหรับ Graphical User Interface (GUI) ที่ใช้งานได้ทั้ง UNIX, Window และ Mac การพัฒนาใช้ภาษา C++ เป็นหลัก
นอกจากนั้น QGIS ยังเชื่อมต่อกับ Geospatial RDBMS เช่น PostGIS/PostgreSQL สามารถอ่านและเขียนฟีเจอร์ที่จัดเก็บใน PostGIS ได้โดยตรง สามารถเชื่อมต่อกับ GRASS ได้ทำให้สามารถเรียกดูข้อมูลที่จัดเก็บใน GRASS โดยตรง และสามารถเรียกใช้ฟังก์ชันต่างๆของ GRASS ได้สนับสนุนการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ (Spatial Analysis) ในเบื้องต้น และการแสดงผลข้อมูลเชิงตำแหน่งในรูปแบบของแผนที่การสร้างและการแก้ไขข้อมูลเชิงตำแหน่ง (Spatial Data) และข้อมูลตาราง (Attribute Data) สามารถจัดการข้อมูลได้ง่ายโดยใช้เครื่องมือตาม GUI ที่กำหนด

GIS กับการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบยั่งยืน

ปัจจุบัน ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System : GIS) ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับงานหลายสาขา โดยเฉพาะเป็นงานแก้ไขปัญหาที่ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากและต้องมีการทำงานร่วมกันในหลายภาคส่วน เช่น ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ด้านภัยธรรมชาติ ด้านสาธารณสุข และที่กำลังเป็นปัญหาระดับชาติ คือ ปัญหาด้านยาเสพติด ซึ่งระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่ได้นำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเมื่อครั้งที่ผมดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้เล็งเห็นประโยชน์ของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ จึงได้ริเริ่มนำระบบดังกล่าวมาใช้แก่ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังลำปางเป็นจังหวัดแรก เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดผลสัมฤทธิ์และได้รับรางวัลดีเด่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดจากคณะกรรมการพิจารณาตัดสินรางวัลนายกรัฐมนตรี (Prime Minister Award)

เนื่องจากสถานการณ์ยาเสพติดในขณะนั้นได้ทวีความรุนแรงครอบคลุมในเกือบทุกหมู่บ้าน ตำบลและอำเภอ แพร่ระบาดเข้าสู่ครอบครัว สถานศึกษา โรงงาน สถานบริการ ที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กและเยาวชนที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ระยะแรกๆ เป็นเพียงผู้เสพจนกระทั่งกลายเป็นผู้ค้ารายย่อยเพื่อหาเงินนำไปซื้อยาเสพติด ได้แก่ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) สารระเหย กัญชาและยาไอซ์
เหตุผลและความจำเป็นในการใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์

ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของชาติ ซึ่งการดำเนินการแก้ไขปัญหาจะต้องเกี่ยวข้องกับส่วนราชการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สำหรับส่วนกลาง ได้แก่ ระดับกระทรวง ทบวง กรม และส่วนภูมิภาค ได้แก่ จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งภาคประชาสังคมในแต่ละหมู่บ้าน นอกจากนี้ ยังมีส่วนราชการส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในแต่ละจังหวัดรวมถึงอำเภออีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานจำนวนมากนี้ ได้ส่งผลให้เกิดปัญหาการทำงานที่เรียกว่า ?ซ้ำซ้อน? กัน เป็นลักษณะต่างคนต่างทำ สิ้นเปลืองงบประมาณ ขาดประสิทธิภาพและขาดประสิทธิผล

แนวความคิดบริหารจัดการกับปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการตามยุทธศาสตร์ พลังแผ่นดิน โดยกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลัก และมีการรวมพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน (Coordination) กับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งแนวราบและแนวดิ่ง รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชน (Particpation) เป็นการบริหารจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการที่มีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจนและเป็นทิศทางเดียวกัน ?ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS)? จึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบของแผนที่ 5 ระดับ ประกอบด้วยระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และครัวเรือน โดยนำระบบดังกล่าวมาใช้ในการดำเนินการดังนี้
1. การวางแผนและกำหนดนโยบาย และบริหารจัดการ มีตัวชี้วัดและการกำหนดระดับความรุนแรงของปัญหายาเสพติดในแต่ละหมู่บ้าน และระบุถึงระดับครัวเรือน
2. การกำหนดเป้าหมายการทำงานร่วมกันของทุกส่วนราชการตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน หรืออีกในหนึ่ง คือ ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ โดยมีเป้าหมายเดียวกัน
3. การจัดสรรงบประมาณสำหรับการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพลดความซ้ำซ้อน ใช้งบประมาณที่มีอยู่จำกัดอย่างคุ้มค่า
4. การติดตามประเมินผล แผนงานโครงการ ทั้งในด้านป้องกันปราบปราม บำบัดฟื้นฟู และการกลับคืนสู่สังคม โดยมีการติดตามประเมินผลสถานการณ์ยาเสพติดในระดับจังหวัด เป็นรายอำเภอ และตำบล ตามลำดับ

แนวทางดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
จากยุทธศาสตร์ ?พลังแผ่นดิน?ได้แปลงเป็นแนวทางดำเนินการโดยการพัฒนาประสิทธิภาพในการบริหารจัดการใน 3 ด้าน คือ การป้องกัน การปราบปราม และการบำบัดฟื้นฟู โดยการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลและกำหนดเป้าหมายการดำเนินการที่ชัดเจน โดยเฉพาะใช้ในการประเมินผลสำเร็จของงาน ซึ่งมีแนวทางการดำเนินการดังนี้
1. มาตรการป้องกัน โดยการลดอุปสงค์ (Demand Reduction) ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการขยายตัวของยาเสพติด เมื่อมีการขยายตัวกลุ่มผู้เสพมากขึ้น จำนวนยาเสพติดก็จะเพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบสนองกลุ่มผู้เสพ ดังนั้นจึงมาตรการในการลดจำนวนผู้เสพ โดยการรณรงค์สร้างจิตสำนึก สร้างภูมิคุ้มกัน จัดโครงการนักเรียนเยี่ยมคุก โครงการโรงดรียนสีขาว และเสริมสร้างความเข้มแข็งทางสังคมให้เกิดประชาคมหมู่บ้านต้านยาเสพติด นอกจากนี้ยังดำเนินการลดปัจจัยเอื้อที่มีผลต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด เช่น มาตรการเข้มงวดเกี่ยวกับเด็กที่มีอายุตำกว่า 20 ปี เข้าไปมั่วสุมในสถานบริการและสถานประกอบการต่างๆ เป็นต้น ตลอดจนมีการทำประชาคมร่วมกันในมาตรป้องกันยาเสพติดระหว่างหน่วยงานราชการ โรงงาน และสถานประกอบการต่างๆ และสถานศึกษา
2. มาตรการปราบปรามโดยใช้มาตรการสกัดกั้นวัตถุดิบสารตั้งต้นและตัวยาเสพติดที่นำเข้าจากต่างประเทศทำลายเครือข่ายวงจรการค้ายาเสพติด การตั้งด่านสกัด การสร้างระบบข่าวโดยมีสมาชิกในการแจ้งข่าว รวมถึงการตั้งอาสาสมัครยาเสพติดในหมู่บ้าน นอกจากนี้ มีการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยงข้องกับยาเสพติดโดยมีการลงโทษอย่างเฉียบขาด
3. การจัดข้อมูลสารสนเทศและประชาคม
3.1 การจัดระบบฐานข้อมูลเป็นการจัดระบบที่หลากหลายและกระจัดกระจายมาจัดให้เป็นหมวดหมู่ มีการบริหารจัดการข้อมูลแบบบูรณาการร่วมกันจากทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นข้อมูลชุดเดียวกันที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระบบ มีความชัดเจน และมีความสะดวกในการเรียกใช้งาน
3.2การจัดทำแผนที่สถานการณ์โดยระบบ GIS (Geographic Information System) เพื่อให้รู้และสามารถจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนและรุนแรงของปัญหาในการดำเนินงาน โดยมีการแบ่งพื้นที่เป้าหมายเป็นระดับสี (zoning) ตามระดับความรุนแรงของปัญหาในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ซึ่งฐานข้อมูลในระบบ GIS สามารถที่จะระบุหรือบ่งชี้เป้าหมายได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ฐานข้อมูลเกี่ยวกับการรักษายาเสพติดที่มีอยู่ซึ่งเกี่ยงข้องกับผู้ผลิต ผู้ค้าทั้งรายใหญ่รายย่อย ผู้เสพและกลุ่มเสี่ยง ซึ่งจำเป็นต้องมีความชัดเจนและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย รวมทั้งประชาชนหรือภาคประชาสังคมในทุกหมู่บ้านโดยใช้วิธีที่เรียกว่า X-RATS ประกอบด้วยฐานข้อมูลจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและมีการกลั่นกรอง (screen) ข้อมูลโดยภาคประชาสังคมในหมู่บ้าน
3.3 การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานมีการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลร่วมกันในการนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ยุทธศาสตร์ใดนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความรุนแรงมากน้อยหรือปานกลางของในแต่ละพื้นที่ ซึ่งระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ในระดับหมูบ้านและครัวเรือนจะช่วยให้ภาครัฐดำเนินมาตรการทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจชุมชนและมาตรการทางกฎหมายได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ จากบทเรียนและประสบการณ์ที่ได้จากการดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ผ่านมาของจังหวัดลำปาง การดำเนินการทั้งทางด้านปริมาณ (Quantitative) และด้านคุณภาพ (Qualitative) จำนวนผู้ผลิต ผู้ค้ารายใหญ่ รายย่อย ผู้เสพและกลุ่มเสี่ยง ลดลงอย่างมาก แต่สำหรับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับชาตินั้นยังเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะภาคประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหารวมถึงสร้างจิตสำนึกร่วมกัน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบยั่งยืน.....
เรียบเรียงโดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
http://nctc.oncb.go.th/new/index.php?option=com_content&view=article&id=1168:-gis-&catid=182:-2555&Itemid=233



การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในด้านต่างๆ

1)ระบบภูมิสารสนเทศศาสตร์เป็นระบบสารสนเทศของข้อมูลในเชิงพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลอันซับซ้อนของพื้นที่ต้องทำการตัดสินใจวางแผนหรือแก้ปัญหา เพิ่มความรับรู้ข้อมูลในพื้นที่ที่ทำการศึกษาและมีการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยสามารถประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการตอบคำถามหรือสนับสนุนการตัดสินใจ ตั้งแต่คำถามง่ายๆ เกี่ยวกับการหาตำแหน่งที่ตั้ง ไปจนถึงการสร้างแบบจำลองเพื่อทดลองตั้งสมมติฐาน เช่น ที่ตั้งอำเภออยู่ที่ไหน ผู้ป่วยที่มารับการรักษาอาศัยอยู่ ณ ที่ใด พื้นที่ในตำบลใดเหมาะสมที่จะส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดต่างๆ จะตั้งป้อมยามตำรวจ ณ จุดใด รถดับเพลิงจะวิ่งผ่านถนนเส้นใด เพื่อให้ถึงจุดเกิดเหตุเร็วที่สุด โดยใช้ระยะทางสั้นที่สุด การประยุกต์ใช้งานระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในด้านต่างๆ

2)ด้านเศรษฐกิจในต่างประเทศมีการประยุกต์ใช้ GIS เพื่อช่วยเหลือในการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจกันอย่างแพร่หลาย เช่น การวางแผนการใช้ทรัพยากรในการผลิต การวิเคราะห์ความพร้อมของวัตถุดิบและแรงงาน รวมถึงความต้องการของประชากรในแต่ละพื้นที่จากข้อมูลพื้นฐาน เช่น อายุ การศึกษา รายได้ เป็นต้น การวิเคราะห์หาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการผลิตสินค้าหรือวัตถุดิบตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ การตั้งศูนย์กระจายสินค้า เป็นต้น

3)ด้านคมนาคมขนส่ง ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์สามารถใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านการคมนาคมขนส่ง เช่น การวางแผนเส้นทางการเดินรถประจำทาง การวางแผนการสร้างทางคมนาคม ทางรถไฟ ทางด่วน ทางเดินเรือ และเส้นทางการบิน ฯลฯ ได้เป็นอย่างดี เพราะหนึ่งในความสามารถในการวิเคราะห์พื้นที่ของ GIS คือ การวิเคราะห์โครงข่าย (Network Analysis) การวิเคราะห์ความหนาแน่นของปริมาณการจราจรในแต่ละพื้นที่ ตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์เส้นทางการท่องเที่ยวด้านศาสนสถาน สถาบันการศึกษา และแหล่งความรู้ในจังหวัดปทุมธานี

4)ด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน การจัดหาสาธารณูปโภคพื้นฐานไปยังพื้นที่ต่างๆ ตามความต้องการของประชาชนนั้น GIS ได้เข้ามามีบทบาทอันสำคัญในการวางแผนในการสร้างถนน การเดินสายไฟฟ้า
ท่อประปา รวมถึงการวางแผนในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคพื้นฐานเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังใช้ในการวิเคราะห์ถึงเงื่อนไขความต้องการสาธารณูปโภคด้านต่างๆ เช่น วิเคราะห์ความเร่งด่วนในการให้บริการตามความหนาแน่นของประชาชนในพื้นที่ หรือความเปลี่ยนแปลงของประชากรในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งจะมีผลต่อการใช้บริการสาธารณูปโภคพื้นฐานเท่านั้น

5)ด้านการสาธารณสุข การประยุกต์ใช้GISในการบริหารจัดการภาครัฐกับงานทางด้านสาธารณสุขมีใช้กันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ เช่น การระบุตำแหน่งของผู้ป่วยโรคต่างๆ การวิเคราะห์ การแพร่ของโรคระบาดหรือแนวโน้มการระบาดของโรค ซึ่งการประยุกต์ใช้ GIS จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวางแผนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาทางด้านสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

6)ด้านการบริการชุมชน การประยุกต์ใช้GISในการบริการชุมชน จะเกี่ยวข้องในส่วนของ การให้บริการของรัฐกับประชาชนโดยทั่วๆ ไปซึ่งประชาชนในแต่ละพื้นที่จะมีความต้องการบริการจากภาครัฐแตกต่างกันไป การใช้ GIS จะช่วยให้ผู้บริหารทราบถึงความต้องการของประชาชนโดยการให้บริการสาธารณะได้อย่างเป็นพลวัตร

7)ด้านการบังคับใช้กฎหมายและการป้องกันอาชญากรรม มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น การกำหนดจุดเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมเพื่อตั้งป้อมตำรวจ การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม โดยการบันทึกจุดที่เกิดอาชญากรรมไว้ แล้วนำมาวิเคราะห์หาพื้นที่เสี่ยง

8)ด้านการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน การประยุกต์ใช้GISเพื่อช่วยในการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นหนึ่งในกิจกรรมการประยุกต์ใช้ GIS ที่แพร่หลายที่สุดเพราะความสามารถในการวิเคราะห์ ประเมินผล และนำเสนอข้อมูลต่างๆ ในเชิงพื้นที่ที่จำเป็นต่อการวางผังเมือง และการจัดการเมืองสามารถกระทำได้อย่างสะดวก ทั้งการวิเคราะห์และประเมินศักยภาพในการใช้ประโยชน์ของแต่ละพื้นที่

9)ด้านการจัดเก็บภาษี การประยุกต์ใช้ GIS เพื่อช่วยในการจัดเก็บภาษี โดยอาศัยข้อมูลแผนที่ มาตราส่วนขนาดใหญ่ เช่น 1 : 1,000 ซึ่งสามารถมองเห็นขอบเขตของอาคาร เพื่อใช้ในการนำเข้าข้อมูล การชำระภาษีอากร ซึ่งภาครัฐสามารถทำการติดตาม ตรวจสอบผลการจัดเก็บภาษีได้โดยสะดวก เพราะข้อมูลของสถานประกอบการ บ้านเรือน ฯลฯ ที่ชำระค่าภาษีอากรต่างๆ แล้วจะสามารถแสดงให้เห็นความแตกต่างได้โดยเฉดสีบนแผนที่ ทำให้สามารถค้นหา หรือติดตามการชำระภาษีอากรได้โดยสะดวก และทำให้การจัดเก็บภาษีมีประสิทธิภาพมากขึ้น

10)ด้านสิ่งแวดล้อม การประยุกต์ใช้GIS เพื่อทดลองสร้างแบบจำลองทางด้านสิ่งแวดล้อมมีใช้กันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ เช่น การสร้างแบบจำลองสามมิติแสดงการถล่มของภูเขา การสร้างแบบจำลองระดับน้ำใต้ดิน แบบจำลองความสูงของภูมิประเทศ แบบจำลองแสดงการเปลี่ยนแปลงของ พื้นที่ป่าไม้ตามเวลาที่เปลี่ยนไป แบบจำลองแสดงการแพร่หลายของมลพิษในอากาศหรือแบบจำลองสามมิติของเมือง ซึ่งการสร้างแบบจำลองใน GIS จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำความเข้าใจกับลักษณะของพื้นที่ได้โดยง่าย และเป็นการเพิ่มการรับรู้แบบเสมือนจริงในรูปแบบของแบบจำลองสามมิติ ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดในการตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ GIS สามารถประยุกต์ใช้ทั้งในการวางแผนและบริหารจัดการ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเรื่องวิกฤตสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ศึกษาสาเหตุปัจจัยแหล่งกำเนิดมลพิษ ตลอดจนการวิเคราะห์เพื่อสร้าง Model ในการวางแผนการใช้ที่ดินให้เหมาะสมกับศักยภาพของที่ดิน และสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งการวิเคราะห์ดังกล่าวจะส่งผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง

11)ด้านการติดตามทรัพยากรป่าไม้ การประยุกต์ใช้ระบบภูมิสารสนเทศศาสตร์ช่วยในการจัดการป่าไม้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถประยุกต์ใช้ระบบภูมิสารสนเทศศาสตร์ในการกำหนดพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์ที่มีความถูกต้องสูงขึ้นไป เช่น ในระดับมาตราส่วน 1:4,000 หรือดีกว่า เพื่อนำฐานข้อมูล GIS ที่ได้รับมาใช้ติดตามการบุกรุกพื้นที่ป่าที่จะส่งผลกระทบต่อสังคมและสภาพแวดล้อมเป็นผลทำให้ความสมดุลทางธรรมชาติเสียไป

12)ด้านการจัดการภาวะฉุกเฉินและภัยพิบัติ สิ่งที่จำเป็นมากที่สุดในการจัดการในสภาวะฉุกเฉิน คือ การรับรู้ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด เพื่อทำการตัดสินใจให้เร็วที่สุด ผิดพลาดน้อยที่สุด และมีประสิทธิผลมากที่สุด GIS ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลในเชิงพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงในเวลาอันรวดเร็ว รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจำเป็นต่อมาตรการในการป้องกันแก้ไข

การแปลความภาพถ่ายทางอากาศ

การแปลภาพถ่ายทางอากาศเป็นการแปลภาพด้วยสายตา (Visual Interpretation)การแปลภาพถ่ายทางอากาศแตกต่างจากการดูภาพทิวทัศน์
ทั่วไป เพราะผู้แปลจะต้องตรวจหาเพื่อรู้จักวัตถุบนภาพและการวิเคราะห์ เพื่อตีความสิ่งที่มองเห็นให้ได้รายละเอียดตามที่กำหนดไว้

ภาพถ่ายทางอากาศมีความถูกต้องทางตำแหน่งใกล้เคียงกับแผนที่ สามารถใช้ประกอบการสำรวจพื้นที่แบบเร่งด่วนตามวัตถุประสงค์ได้ แต่
ไม่สามารถใช้เป็นแผนที่อ้างอิง เพราะมาตราส่วนของภาพเป็นเพียงมาตราส่วนโดยประมาณและภาพถ่ายทางอากาศที่ยังไม่ผ่านการแก้ไข
จะมีความคลาดเคลื่อนทางตำแหน่งสูง ถ้าถ่ายบริเวณภูมิประเทศไม่ราบเรียบเป็นภูเขา ภาพถ่ายทางอากาศจะใช้เป็นแผนที่อ้างอิงได้
เมื่อภาพถ่ายนั้นผ่านการแก้ไขความคลาดเคลื่อนและความบิดเบี้ยวแล้ว

การแปลภาพถ่ายทางอากาศด้วยสายตาขั้นสูงจะต้องศึกษาหลักการมองเห็นภาพสามมิติ ฝึกหัดการใช้เครื่องมือแปลภาพ เช่น การใช้กล้องมองภาพสามมิติ การดิจิไทซ์ภาพหน้าจอมอนิเตอร์ (On-screen Digitizing)ศึกษาวิธีการแก้ไขความคลาดเคลื่อนเชิงตำแหน่งและศึกษาการแปลภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อใช้ในวิชาการต่างๆ เช่น การทำแผนที่การใช้ที่ดิน/สิ่งปกคลุมดิน การทำแผนที่ธรณีวิทยา แผนที่ดิน การเกษตรกรรม การวางผังเมืองด้านทรัพยากร เช่น ป่าไม้ แหล่งน้ำ ด้านธรณีสัณฐาน ฯลฯ การแปลภาพถ่ายขั้นสูงจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่ผ่านการศึกษาอบรมมาโดยตรง